ผู้จัดการรายวัน 360- ”โป๊ยเซียน“ ก้าวสู่ทศวรรษที่ 10 ทะยานสู่ตลาดโกลบอล ขยับแบรนด์ให้เป็น “ผู้ใหญ่ที่สดใส” พร้อมออกแพกเกจจิ้งใหม่เสริมทัพ คาดปีนี้จะยังมีรายได้เติบโต หรือยังโตได้ 5-10% ต่อเนื่องไปอีก 5 ปี
ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาดมตรา “โป๊ยเซียน” เปิดเผยว่า โป๊ยเซียนในฐานะผู้นำตลาด และเป็นแบรนด์ยาดมที่ทำตลาดมานานที่สุดถึง 90 ปี ตลอดมาบริหารธุรกิจโดยคนในครอบครัว และตั้งแต่ปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปรับทีมบริหารใหม่ ปรับแผนการทำงาน การผลิต นำบริษัทเข้าสู่การทำงานในรูปแบบบริษัทจำกัด ส่งผลให้รายได้นับตั้งแต่ปี 2566-2568 ที่ผ่านมา มีรายได้ทะลุเกิน 1,000 ล้านบาท หรือโตขึ้นเฉลี่ย 5-10% รวมถึงทำกำไรได้กว่า 50% เมื่อเทียบกับรายได้รวม
โดยปัจจุบันยาดมตราโป๊ยเซียนสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ด้วยยอดขายที่ทะลุกว่า 1,000 ล้านบาท และผลกำไร 500 ล้านบาทต่อปี พร้อมครองตำแหน่งผู้นำตลาดยาดมของประเทศไทยทั้งในด้านยอดขายและผลกำไร ซึ่งปีที่ทำยอดขายและผลกำไรทุบสถิติ คือ ปี 2567 ทำยอดขายได้สูงถึง 1,139 ล้านบาท และผลกำไรกว่า 539 ล้านบาท ทั้งที่ปี 2566 และ 2567 การแข่งขันในตลาดยาดมรุนแรง มีคู่แข่งหน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะมากๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ ‘โป๊ยเซียน’ มาอย่างยาวนาน
ทั้งนี้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีการลงทุนเครื่องจักรใหม่ทั้งแบบทดแทนของเดิมและเพิ่มของใหม่เข้ามาเสริมทัพ รวมถึงการทำตลาดใหม่ๆ มากขึ้น เช่น ออนกราวด์ ออนไลน์ และ CSR ภายใต้การปรับลดการใช้งบโฆษณาลงเหลือ 10% ในปี 2566 จากปี 2565 ใช้ 130 ล้านบาท และปัจจุบันขยับขึ้นมาเป็น 50% หรือใช้ราว 50-60 ล้านบาท
ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า แผนการดำเนินงานในทศวรรษข้างหน้า บริษัทเตรียมลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นวัตกรรมเพื่อรองรับการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่เวทีโลก ผ่านผลิตภัณฑ์ของเราว่าเป็นสินค้าคุณภาพ เชื่อถือได้ ซึ่งต้องการนำพายาดมไทยกลุ่มไทยเฮิร์บทำตลาดในตลาดโกลบอลให้ได้
โดยการเติบโตของโป๊ยเซียนจากนี้จะเน้นทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น จากปัจจุบันยอดขายกว่า 90% มาจากในประเทศ และ 10% มาจากต่างประเทศ ที่มีการส่งออกอยู่ 20 ประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน จะขยายไปภูมิภาคอื่นๆ มากขึ้น
“การทำตลาดของยาดมโป๊ยเซียนยังคงเอกลักษณ์เดิม และต้องการรักษาคาร์แรกเตอร์นี้ไว้เพื่อให้แยกจากของปลอม โดยเฉพาะการทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งถ้าให้มองโป๊ยเซียนแล้ว มองว่าเป็นแบรนด์ผู้ใหญ่วัย 40 ปี ที่ยังคงสดใส กระฉับบกระเฉง ที่คนอายุ 80 ปี ก็ใช้ หรืออายุน้อยกว่า 40 ปี ก็หยิบมาใช้ได้ ดังนั้นรูปแบบการทำตลาดจะเน้นการคอลแลปกับแบรนด์สินค้าอื่นๆ เป็นหลัก เช่น จับมือกับแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาหรือแฟชั่น คอนแลปทำสินค้าแอสเซเซอรี่มาจำหน่าย เช่น ปลอกยาดม เป็นต้น
ล่าสุดในปี2569นี้ถือเป็นครั้งแรกที่จะมีการออกแพกเกจใหม่เพิ่มเข้ามาสร้างสีสันด้วย”
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยาดมก่อนเกิดโควิด มีผู้เล่นอยู่เพียง 10 แบรนด์ แต่ปัจจุบันมีกว่า 40 แบรนด์ ซึ่งเฉพาะ 5 แบรนด์หลักในตลาดก็มีมูลค่ารวมกันแล้วร่วม 5,000 ล้านบาท โดยมองว่าตลาดยังคงมีการแข่งขันสูง ทำให้ตลาดยังโตได้ 5-10% ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 5 ปึ ซึ่งในส่วนของโป๊ยเซียนเองมองว่า ปีนี้ยังคงเติบโตต่อเนื่องที่ 5% ได้ ดูจาก 5 เดือนแรกของปีนี้ยอดขายยังดีอยู่ แม้ต้นทุนพลาสติกจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า ก็ยังคงอยู่ได้ และยังไม่มีแผนปรับราคาสินค้าขึ้น.