กรมทรัพย์สินทางปัญญาประชุมรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ยกระดับมาตรการป้องกันและต่อต้านการทุจริตภายในหน่วยงาน เผยมีช่องทางร้องเรียนส่งตรงถึงอธิบดี นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในงานบริการ ลดขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ พร้อมย้ำเจตนารมณ์ทำงานโปร่งใส ไร้สินบน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมได้จัดประชุมรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นำโดย รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในนามคณะทำงานวิชาการ Zero Corruption ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และนายนภดล ศิวะบุตร รองประธานคณะกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมด้วยผู้แทนสมาคมธนาคารไทย สมาคมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมผู้ค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย บริษัทกฎหมาย และภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวม 40 คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอแนะต่อมาตรการป้องกันการทุจริตที่กรมจัดทำขึ้น และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การทุจริตในกระบวนการบริการภาครัฐ
ทั้งนี้ ได้ชี้แจงว่ากรมมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขและจัดการปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตที่ส่งข้อมูลถึงอธิบดีโดยตรงผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.อีเมล dg.dip@ipthailand.go.th 2.เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ 3.กล่องรับความคิดเห็น ณ ศูนย์บริการ IP One ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งล้วนเป็นช่องทางที่สะดวกและปลอดภัย โดยมีมาตรการเก็บรักษาข้อมูลเพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และเพื่อให้ผู้แจ้งเบาะแสมีความเชื่อมั่นในกระบวนการไต่สวนเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงและเอาผิดผู้กระทำทุจริต และกรมยังได้หารือกับ กกร. เพื่อเดินหน้าร่วมกันทำ Sandbox ที่จะเป็นช่องทางกลางในการรับแจ้งข้อมูลและเบาะแสการทุจริตที่ผู้แจ้งมั่นใจได้ว่าจะปลอดภัยและไม่ถูกเปิดเผยตัวตน นำไปสู่การสร้างกลไกในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าอย่างเป็นระบบร่วมกัน โดยจะมีการรายงานและประเมินผลเป็นระยะอย่างน้อยทุก 1 เดือน เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งหากพบกรณีเข้าข่ายทุจริต กรมจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และหากเป็นการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยและตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน กรมยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนากระบวนงานและงานบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย ลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการ เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ผ่านระบบบริการต่าง ๆ อาทิ ระบบให้คำปรึกษาออนไลน์ (Tele-Consulting) ที่มีการบันทึกภาพและเสียงตลอดการให้คำปรึกษา ระบบ AI Chatbot เพื่อให้ข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญาเบื้องต้นแก่ประชาชน ระบบ e-Filing สำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและติดตามสถานะคำขอ ระบบ e-Payment สำหรับการชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงระบบ AI Search และระบบ Trademark Checker ที่นำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูลและตรวจสอบคำขอ รวมทั้งยังเพิ่มช่องทางเร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาผ่านโครงการ Fast Track เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับบริการอย่างรวดเร็วภายใต้หลักเกณฑ์และกระบวนการที่ชัดเจนและโปร่งใส และร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงการจดทะเบียนการให้คำปรึกษา และการสนับสนุนด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับผลจากการประชุมรับฟังความเห็นครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมจากภาคเอกชนส่วนใหญ่ ได้สะท้อนความเห็นในเชิงบวกและแสดงความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของกรม เรื่องการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสและไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ โดยประเมินว่า เนื่องจากการจัดการกับปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มีผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ซึ่งอาจมีการแอบอ้างเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ได้ จึงได้แนะนำให้กรมเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME และผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาค เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือแอบอ้างจากผู้ไม่หวังดีว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรม รวมทั้งเสนอให้มีการเผยแพร่แนวคำวินิจฉัยหรือกรณีศึกษาที่สำคัญเพื่อใช้เป็นแนวทางอ้างอิงในการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจหลักเกณฑ์การพิจารณาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลดการใช้ดุลพินิจ และส่งเสริมมาตรฐานการพิจารณาคำขอให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม
“กรมยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ไร้สินบน และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้เน้นย้ำให้บุคลากรในหน่วยงานต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเรียกรับสินบนหรือผลประโยชน์ทุกรูปแบบ พร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับ กกร. และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกป้องกันการทุจริตและยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอันมีคุณค่าของภาคเอกชนในครั้งนี้จะถูกนำไปทบทวนเพื่อปรับปรุงกระบวนงานและการให้บริการต่าง ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงาน สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมเสริมสร้างระบบราชการยุคใหม่ที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างแท้จริง”นางอรมนกล่าว
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ถือเป็นหน่วยงานแรก ๆ ที่แสดงเจตจำนงในการทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง โดยภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ในการติดต่อและรับบริการของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าการดำเนินงานมีความโปร่งใสและไม่พบปัญหาในการติดต่อรับบริการ
นายนภดล ศิวะบุตร รองประธานคณะกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนที่ กกร. ดำเนินการ สะท้อนว่าประชาชนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการทุจริตในกระบวนการปฏิบัติงานของภาครัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับความใส่ใจและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง การที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะจัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และพร้อมทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชน เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งการมีกลไกกลางในการรับแจ้งเบาะแส ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามผลอย่างมีระบบ โดยมีคนกลางในการกำกับดูแล จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและยกระดับมาตรฐานการป้องกันการทุจริตในระยะยาว