xs
xsm
sm
md
lg

แบงก์ชาติจีนจับตา Stablecoin ข้ามพรมแดน จี้คุมเข้มสกัดความเสี่ยงชำระเงินโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณเฝ้าระวังบทบาทของ Stablecoin ในระบบชำระเงินข้ามพรมแดนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมเรียกร้องให้ยกระดับการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อตั้งรับความท้าทายใหม่ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการใช้ระบบการเงินเป็นเครื่องมือต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางนี้สะท้อนนัยต่ออุตสาหกรรมคริปโตทั่วโลกที่มูลค่าตลาดทะลุ 3.15 แสนล้านดอลลาร์ไปแล้ว

หวัง ซิน (Wang Xin) ผู้อำนวยการสำนักวิจัยแห่งธนาคารประชาชนจีน (PBOC) ออกมาเตือนถึงอิทธิพลของ Stablecoin ที่เพิ่มสูงขึ้นในเวทีการเงินระหว่างประเทศ เขากระตุ้นให้หน่วยงานกำกับดูแลประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่สินทรัพย์ประเภทนี้อาจก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการวางกรอบความร่วมมือระดับสากลเพื่อจัดการกับช่องโหว่ทางกฎหมาย

ท่าทีของทางการจีนครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเปิดรับ Stablecoin แต่สะท้อนความกังวลด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หวังประเมินว่าความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนระบบชำระเงินเป็นเครื่องมือต่อรอง อาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อการทำธุรกรรมปกติระหว่างประเทศ กระนั้น PBOC ยังคงให้น้ำหนักกับการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) มากกว่าการพึ่งพาโทเคนของเอกชน


ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลจีนสั่งห้ามออก Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับเงินหยวนโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อสกัดความเสี่ยงในระบบการเงิน ทว่าในมุมมองระดับโลก ตลาดสินทรัพย์กลุ่มนี้กลับขยายตัวสวนทาง

ขณะที่ข้อมูลจาก CEX.io ชี้ว่าช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 มูลค่าตลาดของ Stablecoin พุ่งทะลุ 315 พันล้านดอลลาร์ และกวาดสัดส่วนปริมาณการซื้อขายไปถึง 75% ของตลาดคริปโตทั้งหมด

สัญญาณเตือนจากมหาอำนาจเศรษฐกิจแห่งเอเชียถือเป็นจุดสังเกตสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการฟินเทคในไทยและอาเซียน การขยับตัวของจีนอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการจัดระเบียบมาตรฐานกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามพรมแดนที่เข้มงวดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งนัยยะนี้จะกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายของกระดานเทรดและแพลตฟอร์มรับชำระเงินที่อาศัยสภาพคล่องจาก Stablecoin เป็นแกนกลางทางธุรกิจ