xs
xsm
sm
md
lg

“เอกนัฏ”พับแผนขึ้นค่าไฟขั้นบันได จ่อดึงรายได้กฟผ.อุ้มบ้านใช้ไฟต่ำ200หน่วย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“เอกนัฏ”เล็งนำรายได้หรือกำไร กฟผ.มาชดเชยกลุ่มบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200เมกะวัตต์ได้ใช้ไฟฟ้าอัตรา3บาท/หน่วย สั่งให้ทบทวนและยังไม่ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได (อัตราก้าวหน้า) สำหรับกลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยในช่วงนี้ โดยคงอัตราค่าไฟเดิมที่ 3.95บาท/หน่วย

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า บิลค่าไฟฟ้าเดือนกรกฎาคมนี้จะยังไม่ประกาศใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับกลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยในช่วงนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการศึกษา ดังนั้นผู้ใช้ไฟจะคงจ่ายค่าไฟในอัตราเดิมเฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย แต่สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนที่อยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จะคิดอัตราค่าไฟฟ้าที่ 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งลดลงจากอัตราปัจจุบัน

โดยจะมีการนำเงินรายได้หรือกำไรของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาชดเชยส่วนต่างราคาค่าไฟฟ้าที่ลดลงสำหรับกลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก โดยจะเป็นการสำรองจ่ายไปก่อน และเมื่อรัฐบาลสามารถจัดการรายได้จากกลุ่ม Data Center หรือลดต้นทุนจากสัญญาแอดเดอร์ได้แล้ว จึงจะนำเงินส่วนนั้นมาคืนให้กฟผ. ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องไม่กระทบต่อแผนการลงทุนหลักของกฟผ.

ซึ่งเดิมการอุดหนุนผู้ใช้ไฟในกลุ่มนี้ รัฐบาลจะใช้งบกลาง หรืองบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้เป็นงบสำรองจ่ายแยกต่างหากจากงบประจำปีของแต่ละกระทรวง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน จำเป็น เร่งด่วน หรือเพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหา และเยียวยาผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อรื้อโครงสร้างและทบทวนสัญญาซื้อไฟที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งแก้ไขปัญหาค่าความพร้อมจ่าย (AP)

โดยจะพิจารณาใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.การแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่มีส่วนเพิ่มรับซื้อไฟฟ้า (Adder)ที่มีการต่อสัญญาอัตโนมัติ และได้อัตราค่าไฟฟ้าสูง แม้ว่าว่าจะสิ้นสุดAdder ไปแล้ว (สัญญาทาส) ซึ่งเมื่อเทียบกับราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในปัจจุบันที่ใช้FiTอยู่ที่ประมาณ 2 บาทกว่าต่อหน่วย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้อัตราค่าไฟฟ้าแพงเกินจริง โดยเรื่องนี้ได้มีการหารือกับสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว เห็นว่ามีช่องทางที่จะแก้ไขหรือยกเลิกสัญญาได้

2.การลดความสูญเสียในระบบเช่น ไฟทางและไฟสาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนต้องแบกรับภาระส่วนนี้รวมอยู่ในค่าไฟฟ้าประมาณ 10-20 สตางค์ต่อหน่วย หากมีการปรับเปลี่ยนหลอดไฟฟ้ามาเป็นหลอด LED จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า

3.การพิจารณาเรื่องค่าความพร้อมจ่าย (AP) ซึ่งเกิดจากการคาดการณ์การใช้ไฟฟ้าในอดีตสูงเกินไป ทำให้มีโรงไฟฟ้าบางโรงไม่ได้เดินเครื่อง แต่ได้รับค่า AP อยู่จะต้องมีวิธีบริหารจัดการ

หากดำเนินการใน 3 เรื่องนี้ได้ ก็จะช่วยลดค่าไฟฟ้าในภาพรวมให้ลดลง ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการให้เสร็จเร็วที่สุด

นายเอกนัฏ กล่าวว่า เตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในเดือนมิ.ย. 2569 นี้ เพื่อกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่เป็นประเภทที่ 9 สำหรับกลุ่ม Data Center โดยเฉพาะ จากเดิมที่มีเพียงประเภทบ้านอยู่อาศัย ผู้ประกอบการ และโรงงานอุตสาหกรรม

เนื่องจาก Data Center เป็นธุรกิจที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงมาก ทำให้ต้องมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)ที่มีราคาสูงมาผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ เมื่อนำมาเฉลี่ยค่าไฟฟ้าในภาพรวม จะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนจะต้องแบกภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ดังนั้นนโยบายนี้จะไม่ให้ภาระเหล่านี้ตกอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป และทำให้ค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชนถูกลง

นอกจากนี้ รัฐยังส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปจากบ้านเรือนประชาชน จำนวน 500 เมกะวัตต์ ที่จะนำเข้าพิจารณาอนุมัติการรับซื้อไฟฟ้าในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย เพื่อเป็นอีกทางเลือกของการลดค่าไฟฟ้า โดยจะเปิดให้มีการรับซื้อเข้าระบบภายในเดือนมิถุนายนนี้

ส่วนการส่งเสริม Direct PPA หรือสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้า เป็นการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้าสำหรับพลังงานสะอาด กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร