xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์”ผลักดัน IP Finance แปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเงินทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมทรัพย์สินทางปัญญาผลักดัน IP Finance จัดอบรมเชิงลึกให้เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา สถาบันการเงิน นักประเมิน IP มีความรู้ความเข้าใจในการนำทรัพย์สินทางปัญญาแปลงเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ นำร่องทรัพย์สินทางปัญญาที่มีศักยภาพและมีความพร้อม การแพทย์ อาหาร ดิจิทัล AI ก่อนขยายผลไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ในอนาคต

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรม “Unlocked IP Finance and IP Valuation ปลดล็อคทรัพย์สินทางปัญญาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน” โดยมีหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน สมาคมด้านการประเมินมูลค่า สมาคมด้านทรัพย์สินทางปัญญา ภาคเอกชน นักวิจัย และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา รวมกว่า 100 รายเข้าร่วม ว่า กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายให้กรมเร่งเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทยด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญาที่มีผลคุ้มครองและอยู่ในระบบของกรม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ มีจำนวนกว่า 1.27 ล้านรายการ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 7.5 % ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินทางปัญญากำลังมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หนึ่งในโครงการสำคัญของกรม คือ การผลักดันการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Finance) ซึ่งไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศที่สามารถเชื่อมโยงเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา สถาบันการเงิน นักลงทุน นักประเมินมูลค่า และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยความท้าทายสำคัญของการพัฒนา IP Finance ของไทย คือ การสร้างความเชื่อมั่นในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานการประเมินที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน เพื่อให้สถาบันการเงิน นักลงทุน และผู้ประกอบการ สามารถใช้ข้อมูลอ้างอิงเดียวกันในการพิจารณามูลค่า การบริหารความเสี่ยง และการสนับสนุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ


“การอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างกลไก IP Finance ของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาศักยภาพด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้กับบุคลากร 2 กลุ่ม ได้แก่ เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา สถาบันการเงินและนักประเมินมูลค่า IP ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการนำทรัพย์สินทางปัญญาเข้าสู่ระบบการเงิน ตั้งแต่การสร้างและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่า ไปจนถึงการพิจารณาสนับสนุนทางการเงินของสถาบันการเงิน”

นางอรมนกล่าวว่า ภายหลังการอบรมครั้งนี้ กรมจะร่วมกับสมาคมนักประเมินอิสระไทย จัดกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนามาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศอย่างต่อเนื่องในวันที่ 19 มิ.ย.2569 และเตรียมต่อยอดองค์ความรู้สู่กิจกรรมเชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม นักลงทุน สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจ ภายในงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026” ระหว่างวันที่ 27–29 ส.ค.2569 และเตรียมพร้อมเดินหน้าสู่การจัดทำ Pilot Project IP Finance Thailand เพื่อทดสอบกลไกการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา การเชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหรือปัจจัยประกอบการพิจารณาทางการเงินในสถานการณ์จริง โดยจะเริ่มจากอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและมีความพร้อม เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านดิจิทัลและ AI ก่อนขยายผลไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ในอนาคต

นอกจากนี้ กรมยังอยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เพื่อขอรับการสนับสนุนการพัฒนาระบบ IP Finance ของประเทศไทยในหลายด้าน อาทิ การเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา การสนับสนุนกรณีศึกษาความสำเร็จจากต่างประเทศเพื่อใช้เป็นแบบฝึกปฏิบัติในไทยการนำหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ด้าน IP Valuation และ IP Finance มาปรับใช้เป็นภาษาไทย รวมถึงการพิจารณาความร่วมมือในการออกประกาศนียบัตรรับรองร่วมกันระหว่างกรมและ WIPO เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ผ่านการอบรม อันจะช่วยยกระดับระบบ IP Finance ของประเทศไทย และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้นในอนาคต