xs
xsm
sm
md
lg

KKPSเจาะลึกVirtual Bankไทยประเมินจุดแกร่ง3ผู้เล่น-ชี้กุญแจสำคัญ'การใช้เดต้า-อีโคซิสเต็มส์'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร (KKPS) ออกรายงานความเคลื่อนไหวกลุ่ม Virtual Bank ไทย หลังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)อนุมัติใบอนุญาตให้แก่ 3 กลุ่มผู้ประกอบการหลัก โดยบล.เกียรตินาคินภัทร ประเมินกรอบกำกับดูแลที่เข้มงวดเทียบเท่าธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิม จะส่งผลให้การเติบโตในช่วงเริ่มต้นเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมคาดการณ์ผลขาดทุนในปีแรกกระทบกำไรบริษัทแม่จำกัดเพียง 1-3% ขณะที่ไทม์ไลน์การเปิดดำเนินงาน กลุ่ม Clicx Bank (KTB-ADVANC-OR) เตรียมเริ่มบริการรายแรกเดือนมิถุนายนนี้ ตามด้วยกลุ่ม SCB X และกลุ่ม ACM ภายในสิ้นปี

ทั้งนี้ มองว่าในช่วงของการเริ่มต้นธุรกิจ จากกรอบกำกับดูแลที่เข้มงวด ซึ่งรวมถึงมาตรฐานการกำกับดูแลในระดับเดียวกับธนาคารพาณิชย์ ข้อกำหนดเงินทุนขั้นต่ำ และช่วงเริ่มต้นดำเนินงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด มีแนวโน้มที่จะทำให้การเติบโตของสินเชื่อและการขยายฐานลูกค้าเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดย KKPS เชื่อว่าผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญในระยะแรกกับการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ส่งผลให้การขยายธุรกิจเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยความสามารถบริษัทในการสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการดำเนินงานภายใต้กรอบกำกับดูแลดังกล่าว

**เปรียบเทียบโมเดลต่างประเทศ**
โดยหากเปรียบเทียบกับต่างประเทศ: ความสามารถในการทำกำไรและข้อแลกเปลี่ยนด้านกฎระเบียบ
การศึกษา virtual bank ใน 5 ตลาดสำคัญทั่วโลก ได้แก่
-สหรัฐอเมริกา : ประกอบด้วย Ally Financial , Varo Bank
-สหราชอาณาจักร : ประกอบด้วย Starling Bank ,Monzo ,Revolut
-บราซิล : ประกอบด้วย Nubank ,Inter
-จีน : ประกอบด้วย WeBank,MYbank
-เกาหลี : ประกอบด้วย KakaoBank ,K Bank ,Toss Bank

พบว่า ผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมักมีลักษณะร่วมกัน 2 ประการ คือ การได้รับประโยชน์จากกรอบกำกับดูแลที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ และมีความสามารถในการต่อยอดจากธุรกิจเดิมหรือฐานลูกค้าเดิม รวมถึงแก้ไขปัญหาหรือความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด และขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับประเทศไทย กรอบกำกับดูแลที่เข้มงวดมีแนวโน้มจะจำกัดการขยายตัวของสินทรัพย์และการรับความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้น แม้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อความล้มเหลวของธุรกิจ แต่ก็อาจทำให้ระยะเวลาสู่การทำกำไรยาวนานขึ้น ดังนั้น การเติบโตของ virtual bank ในไทยจะต้องอาศัยความมีวินัยในการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการบริหารจัดการมากกว่าการแข่งขันผ่านการปล่อยสินเชื่อเชิงรุกหรือการตัดราคาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

**จุดแกร่ง3ผู้ได้รับใบอนุญาต**
ขณะที่ Virtual Bank ไทย ผู้ได้รับใบอนุญาตแต่ละรายมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่แตกต่างกัน ซึ่งจะส่งผลต่อระดับการขาดทุนในช่วงเริ่มต้นและเส้นทางการเติบโตของธุรกิจ โดยกลุ่มที่ขับเคลื่อนด้วย ecosystem (ACM)มีจุดแข็งที่แพลตฟอร์มที่ผสานบริการทางการเงินไว้ในระบบนิเวศธุรกิจอยู่แล้ว และมีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ที่สามารถต่อยอดได้ทันที

ส่วนกลุ่มที่มีธนาคารเป็นผู้สนับสนุน (KTB และ SCB X) มีจุดแข็งที่มีความคุ้นเคยกับกฎระเบียบทางการเงิน และมีฐานเงินทุนและความแข็งแกร่งด้านงบดุลมากกว่า โดย KTB คาดว่าจะใช้ข้อมูลจาก ADVANC และ OR เพื่อพัฒนาระบบประเมินเครดิตทางเลือก (alternative credit scoring) ที่สามารถวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของลูกค้าได้มากกว่าข้อมูลทางการเงินแบบดั้งเดิม ขณะที่ SCB X จะเน้นกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อดิจิทัลต้นทุนต่ำโดยใช้ AI เป็นตัวขับเคลื่อน ผ่านการผสานศักยภาพด้านดิจิทัลที่มีอยู่เข้ากับความเชี่ยวชาญของ KakaoBank และ WeBank

**เส้นทางการขาดทุน-การดำเนินงานภายใต้ข้อจำกัด-กฎระเบียบ**
อย่างไรก็ตาม KKPS คาดว่า virtual bank ในประเทศไทยจะเผชิญกับภาวะขาดทุนในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก โดยขนาดและระยะเวลาของการขาดทุนแนวโน้มจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ ได้แก่
-ความสามารถในการเชื่อมโยงกับ ecosystem
-การควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
-ประสิทธิภาพในการระดมเงินทุน
-คุณภาพของระบบวิเคราะห์สินเชื่อที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven underwriting)

โดยจากข้อมูลของ virtual bank ในต่างประเทศที่มีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) เฉลี่ยปีแรกประมาณ -29% KKPS ประเมินว่าผลขาดทุนจากธุรกิจ virtual bank จะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทแม่ในปี 2569 เพียงประมาณ 1-3% เท่านั้น

สำหรับในระยะยาว ผลลัพธ์ของผู้ประกอบการแต่ละรายมีแนวโน้มแตกต่างกันมากขึ้น โดย Upside จะมาจากความสามารถในการสร้างรายได้จาก ecosystem และการต่อยอดฐานลูกค้าได้สำเร็จ ขณะที่ Downside Risk จะมาจากภาระต้นทุนที่สูง ความสามารถในการขยายธุรกิจที่ถูกจำกัด และการยอมรับของลูกค้าที่ช้ากว่าคาดการณ์ไว้

โดยสรุป แม้ virtual bank ในประเทศไทยจะมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการเงิน แต่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เข้มงวด ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการดำเนินงาน การใช้ข้อมูล และการสร้างคุณค่าจาก ecosystem มากกว่าการเติบโตเชิงรุกในช่วงเริ่มต้น