xs
xsm
sm
md
lg

“ดร.เสรี” เตือนความเสี่ยงเอลนีโญทวีความรุนแรง คนไทยต้องรู้ทันให้พร้อมรับมือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี
ศุภราทิตย์
เกี่ยวกับ เอลนีโญ หรือ ซุปเปอร์เอลนีโญ ระบุว่า ศูนย์ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ม.รังสิต ได้ติดตาม วิเคราะห์ปรากฎการณ์เอลนีโญต่อเนื่องเพื่อแจ้งเตือนคนไทยให้พร้อมรับสถานการณ์แบบเข้าใจง่ายๆ ดังนี้

🔴 แม้ว่าข้อมูลจากศูนย์นานาชาติ (NOAA, JMA, APCC) ได้ออกมาคาดการณ์แนวโน้มว่าโลกได้เข้าสู่อิทธิพลของเอลนีโญแล้วตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีแนวโน้มเป็นเอลนีโญรุนแรงมากกว่า 60% ศูนย์ฯได้วิเคราะห์จากข้อมูลการคาดการณ์ระดับเอลนีโญ 3 เดือนเฉลี่ย (ธ.ค.-ก.พ.) จากข้อมูล JAMSTEC พบว่ารอบปีการเกิดซุปเปอร์เอลนีโญระดับ 2.2-2.5 มีความเป็นไปได้ตั้งแต่ 25-70 ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบให้อุณหภูมิสูงขึ้นในเดือน เม.ย. 2570 ตั้งแต่ 1.5-2.5°C ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญทั้งเหตุการณ์น้ำท่วม และภัยแล้งรุนแรง

🔴 ข้อมูลในอดีตบ่งชี้การตอบสนองของอุณหภูมิบนแผ่นดินไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรสูงสุดจากเอลนีโญทันที แต่จะมีความล่าช้า (Lag) อยู่ประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ดังนั้น ผลกระทบความร้อนบนแผ่นดินในประเทศไทยในลักษณะของคลื่นความร้อนที่รุนแรงผิดปกติในช่วงมี.ค.–เม.ย. 2570 ศูนย์กลางเมืองอย่างกรุงเทพฯ โดยแบบจำลองจะคาดการณ์ว่าอุณหภูมิบรรยากาศ (ที่วัดจากเทอร์โมมิเตอร์) จะเฉลี่ยอยู่ที่ 39°C–41°C แต่ดัชนีความร้อน (Heat Index) ถูกคาดหมายว่าจะทะลุเกณฑ์ 50°C ถึง 54°C เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด (Heat Stroke) เป็นวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ

🔴 ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ต้องเฝ้าระวัง
• ภาวะไฟฟ้าล้นระบบ (ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด) การเปิดเครื่องปรับอากาศพร้อมกันอย่างเต็มกำลังทั้งในภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน จะผลักดันให้ระบบสายส่งไฟฟ้าทำงานหนักจนถึงขีดจำกัดเสี่ยงต่อการเกิดไฟดับเฉพาะจุด หรือระบบหม้อแปลงไฟฟ้าขัดข้อง

• การสูญเสียน้ำในภาคเกษตรจากการระเหย ปริมาณน้ำสำรองในลุ่มน้ำหลัก จะเผชิญกับอัตราการระเหยที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปริมาณน้ำที่ต้องใช้เพื่อรักษาระบบนิเวศ และควบคุมความเค็ม

• การปรับเปลี่ยนเวลา และขีดความสามารถในการทำงาน จากความเครียดสะสมทางความร้อนที่คาดการณ์ ภาคเศรษฐกิจที่ต้องทำงานกลางแจ้ง (การก่อสร้าง โลจิสติกส์ เกษตรกรรม) อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการบังคับให้หยุดพักงานทันทีในช่วงเวลาวิกฤตระหว่าง 12:00 น. ถึง 16:00 น. เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของแรงงาน