xs
xsm
sm
md
lg

“ไลน์แมน” คาดออเดอร์โต 2 เท่า กว่า 5 หมื่นร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360 - LINE MAN แอปเบอร์ 1 ไทยช่วยไทย พลัส  (60/40) ที่ร้านอาหารเลือกเข้าร่วมมากที่สุดกว่า 50,000 ร้าน ชวนนายกฯ ชักชาไทยโชว์เปิดฤกษ์สั่งเดลิเวอรีไทยช่วยไทย พลัสวันแรก พร้อมอุดหนุนส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 5,000 บาทตลอดโครงการ ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 คาดดันออเดอร์โต 2 เท่า


เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล LINE MAN Wongnai นำโดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สรุปความสำเร็จโครงการคนละครึ่ง พลัส ในปีที่ผ่านมา โดยมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ เยี่ยมชมบูธ LINE MAN ซึ่งมีร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส เลือกขายบน LINE MAN มากกว่า 65% ของร้านค้าทั้งหมด ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายผ่าน LINE MAN คิดเป็นสัดส่วนกว่า 63% ของยอดใช้จ่ายรวมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี และมียอดสั่งซื้อสะสมรวมกว่า 12 ล้านออเดอร์ตลอดโครงการคนละครึ่ง พลัสเมื่อปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ LINE MAN ยังนำผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับประโยชน์จากโครงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเติบโตของธุรกิจ พร้อมชวนนายกฯ ชักชาไทยโชว์กลางทำเนียบ เปิดฤกษ์สั่งเดลิเวอรีไทยช่วยไทย พลัสวันแรก


นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN ยังคงเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการภาครัฐมากที่สุดในประเทศ และสามารถรักษาอันดับ 1 ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง คนละครึ่งพลัส จนถึงโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ

สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ในครั้งนี้ LINE MAN คาดว่าจะช่วยสร้างยอดออเดอร์รวมตลอดโครงการเติบโตขึ้น 2 เท่าจากออเดอร์รวมของโครงการคนละครึ่ง พลัสช่วงปลายปี 2568 โดยข้อมูลจากโครงการคนละครึ่ง พลัสในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าร้านค้าที่เข้าร่วมมียอดขายเดลิเวอรีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5 เท่าในช่วงโครงการ และยังมียอดขายเติบโตขึ้นต่อเนื่องถึง 2 เท่า แม้โครงการจะสิ้นสุดไปแล้ว สะท้อนว่าโครงการภาครัฐร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค

โดย 5 จังหวัดที่มีร้านค้าที่ยอดขายเดลิเวอรีเติบโตสูงสุดช่วงโครงการคนละครึ่ง พลัส ได้แก่ จันทบุรี หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุดรธานี และเชียงราย ตามลำดับ โดยจันทบุรีเติบโตสูงถึง 9 เท่า ในขณะที่กรุงเทพฯ เติบโตเฉลี่ยที่ 4 เท่า
นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ Upskill & Reskill ทักษะดิจิทัลมียอดขายเติบโตเฉลี่ย 6.3 เท่า ซึ่งทำให้เห็นว่าทักษะและเครื่องมือดิจิทัลสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้แม่นยำขึ้น ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเข้าถึงโอกาสใหม่ได้จริง


ชาไทย เป็นเมนูที่มียอดสั่งสูงที่สุดบน LINE MAN ในโครงการคนละครึ่ง พลัสที่ผ่านมา งานนี้จึงได้เชิญ รามวิทย์ วิไลเนตร เจ้าของร้านกูโรตีชาชัก ท่าอิฐ หนึ่งในร้านอาหารที่เข้าร่วมขายบน LINE MAN กับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มาเล่าถึงโอกาสของร้านรายย่อยพร้อมกับชง ‘ชาชัก’ ให้นายกฯ “ที่ผ่านมา LINE MAN ช่วยให้ร้านเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น จากเดิมที่มีลูกค้าหลักอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ก็สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้ผ่านบริการเดลิเวอรี ส่งผลให้ยอดขายของร้านเติบโตราว 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเข้าร่วมโครงการ

“นอกจากการเพิ่มยอดขายแล้ว แพลตฟอร์มยังช่วยให้ร้านมีเครื่องมือในการทำการตลาดและบริหารจัดการธุรกิจได้สะดวกยิ่งขึ้น ทำให้ร้านเล็กอย่างเรามีโอกาสแข่งขันและเติบโตได้มากขึ้น เราคาดหวังว่าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค สร้างโอกาสให้ร้านอาหารรายย่อยในหลายพื้นที่เข้าถึงลูกค้าใหม่ และช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว” นายรามวิทย์ วิไลเนตร เจ้าของร้านกูโรตีชาชัก ท่าอิฐ กล่าว