xs
xsm
sm
md
lg

สมาพันธ์ SME ไทย เสนอกระทรวงอุตฯ เร่ง 5 มาตรการ สร้างแต้มต่อคนตัวเล็ก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ (15 มิ.ย.) ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย พร้อมคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ เข้าพบ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายภายใต้แนวคิด “Better Together : เชื่อมโอกาส สร้างแต้มต่อ เติบโตไปด้วยกัน”

ดร.ณพพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ MSME ประมาณ 3.3 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญถึง 69% ของการจ้างงานทั้งประเทศ “ที่ผ่านมาหลายมาตรการภาครัฐยังใช้คำว่า SME ในลักษณะเหมารวม ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่ ทั้งที่กลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศ”

ในการหารือครั้งนี้ สมาพันธ์ SME ไทย ได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่

1. ขยายกองทุนประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ Micro & Small Enterprises เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการที่โดนน้ำท่วมที่หาดใหญ่ & บริเวณจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

2. ส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI รวมถึงเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ

3. ปรับปรุงกฎระเบียบและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ MSME ไทยแข่งขันกับธุรกิจข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ขยายบทบาทกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมดิจิทัล และ AI เพื่อก้าวสู่การเป็น “กระทรวงของ MSME” เพื่อผู้ประกอบการ MSME อย่างแท้จริง

5. สร้างตลาดและโอกาสทางธุรกิจ ผ่านการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการไทย เพิ่มสัดส่วนการใช้ Local Content และเชื่อมโยง MSME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของภาครัฐและภาคเอกชนขนาดใหญ่

สมาพันธ์ SME ไทยยังเสนอให้ภาครัฐออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มอย่างตรงจุด โดยแยกมาตรการสำหรับผู้ประกอบการระดับ Micro, Small และ Medium Enterprise ออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ความช่วยเหลือมีประสิทธิภาพและเข้าถึงผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง

“หากประเทศไทยต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก การยกระดับผู้ประกอบการ Micro และ Small Enterprise ซึ่งมีจำนวนกว่า 3.26 ล้านราย คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งในมิติการจ้างงาน การสร้างรายได้ให้ประชาชน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว” ดร.ณพพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ สมาพันธ์ SME ไทยยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันแนวทาง “Better Together เชื่อมโอกาส สร้างแต้มต่อ เติบโตไปด้วยกัน” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อผู้ประกอบการ MSME ไทยทั่วประเทศ