xs
xsm
sm
md
lg

ทริสเรทติ้งปรับลดประมาณการจีดีพีโต1.8%-ราคาพลังงานพุ่ง-ท่องเที่ยวแผ่ว-มาตรการกระตุ้นพยุงบางส่วน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ทริสได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีประเทศไทยลงเหลือ 1.8% จาก 2.1% โดยการปรับประมาณการในครั้งนี้สะท้อนถึงดุลการค้าและดุลบริการที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงอันเป็นผลจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและอุปสงค์จากต่างประเทศที่ชะลอตัวท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวซ้ำเติมความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย ในขณะที่ปัจจัยหนุนการเติบโต โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัสและบรรยากาศการลงทุนที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นยังช่วยพยุงเศรษฐกิจได้อย่างจำกัด ในการนี้ทริสเรทติ้งประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้การบริโภคภาคเอกชนเติบโตเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDPได้ราว 0.4%

นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งมีการปรับสมมติฐานให้ความขัดแย้งยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้เดิมโดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยตลอดปีจะอยู่ที่ 93 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และยังมีการปรับประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวลงเหลือ 32.4 ล้านคนจาก 35 ล้านคน ขณะที่ปรับเพิ่มประมาณการการลงทุนภาคเอกชนเป็นเติบโต 3.1% จาก 2.3% และปรับเพิ่มการลงทุนภาครัฐเป็นเติบโต 2.8% จาก 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าด้วย แต่อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งยืดเยื้อไปจนถึงช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีก็อาจแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งการเติบโตของ GDP อาจชะลอลงเหลือราว 1% และเงินเฟ้ออาจเร่งขึ้นสู่ระดับ 4%-5%

ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและสินค้าขั้นกลาง การส่งออกสินค้าก็เผชิญกับความเสี่ยงในเชิงลบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวภายใต้ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ไทยขาดดุลการค้าไปแล้ว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนได้หักล้างผลบวกจากการขยายตัวของการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ในการนี้ ทริสเรทติ้งประเมินว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าและบริการจะขยายตัวสูงกว่าปริมาณการส่งออกในปี 2569 โดยเติบโตที่ระดับ 7.1% และ 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าตามลำดับ

ส่วนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวของไทยก็เริ่มเผชิญกับแรงกดดันมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ทริสเรทติ้งต้องปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวในปี 2569 ลงจากจำนวน 35 ล้านคนเป็น 32.4 ล้านคน แม้นักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มฟื้นตัวจากประเด็นความกังวลด้านความปลอดภัยในปี 2568 แต่นักท่องเที่ยว 2 ใน 5 ของประเทศหลักที่อ่อนแอลงได้หักล้างผลบวกดังกล่าว โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเนื่องจากผลกระทบที่ยืดเยื้อของอุทกภัยภาคใต้ของไทยในปี 2568 ในขณะที่นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ก็ลดลง 19.9% เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนจุดหมายไปยังประเทศเวียดนามและญี่ปุ่น โดยนักท่องเที่ยวระยะไกลยังเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรปและตะวันออกกลาง อีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงยังเพิ่มแรงกดดัน โดยทำให้ค่าโดยสารเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้นและกดดันการส่งออกในภาคบริการตลอดทั้งปี

**ไทยช่วยไทยพลัสช่วยพยุงเศรษฐกิจอย่างจำกัด**
สำหรับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะได้จากโครงการไทยช่วยไทยพลัสนั้น มองว่ามีจำกัดโดยโครงการดังกล่าวจัดสรรวงเงินภาครัฐจำนวน 1.2 แสนล้านบาทเพื่อสนับสนุนภาคครัวเรือนเดือนละ 1,000 บาทสำหรับซื้ออาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 โดยไม่สามารถนำวงเงินที่ใช้ไม่หมดไปใช้ในเดือนถัดไปได้ แม้เม็ดเงินใช้จ่ายจะกระจายตัวค่อนข้างสม่ำเสมอในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 แต่ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับจำกัด

ขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งคาดว่าการลงทุนภาครัฐในปี 2569 จะขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับประมาณการก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.5% ภายใต้สมมติฐานที่การอนุมัติงบประมาณประจำปี 2570 จะไม่ล่าช้า ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกของปี 2569 การลงทุนภาครัฐขยายตัว 9.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าโดยมีแรงหนุนหลักจากการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่วนในภาคเอกชนนั้น มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจดิจิทัล เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) นั้นสะท้อนว่าการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 10.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ดังนั้น ทริสเรทติ้งจึงปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนในปี 2569 เป็น 3.1% จากเดิม 2.3%