xs
xsm
sm
md
lg

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ปิดฉากสัมมนา "Unlocking The New Route" ชูจุดเด่นกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ หนุน SMEs เข้าถึงทุน ยอดผู้ร่วมงานทะลุ 400 คนทั่วประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “Unlocking The New Route: ปลดล็อกความรู้ กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ” ประจำปี 2569 โดยได้เดินสายถ่ายทอดองค์ความรู้และศึกษาดูงานครอบคลุม 4 พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากผู้ประกอบการ SMEs นักธุรกิจ นักวิชาการ พนักงานสอบสวน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมโครงการรวมแล้วกว่า 400 คนทั่วประเทศ
 
ผนึกกำลังวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก
ความพิเศษของกิจกรรมในครั้งนี้ คือการบูรณาการความร่วมมือจากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ จากหน่วยงานภาครัฐและภาคการเงินมาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริง  

 




นำโดยเจ้าพนักงานทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่มาเจาะลึกข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติด้านการ จดทะเบียนอย่างละเอียด พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมบังคับคดี ที่มาไขข้อข้องใจและสร้างความชัดเจนในส่วนของบทบาทหน้าที่และขั้นตอนการบังคับหลักประกัน นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่มาร่วมเผยเคล็ดลับเชิงลึกในการเตรียมความพร้อมเพื่อขอสินเชื่อให้ประสบความสำเร็จ ผสานมุมมองจากทั้งผู้พัฒนากฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมาย และผู้ให้สินเชื่อในเวทีเดียวกันนี้ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับความรู้ที่ถูกต้อง รอบด้าน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในโลกธุรกิจ


เจาะลึกกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ: ทางรอดและโอกาสเข้าถึงทุนของ SMEs
โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถนำกลไกของ พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 มาใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีและหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ "การปลดล็อกข้อจำกัดเดิม ๆ ในการขอสินเชื่อ" โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและใช้ในการประกอบธุรกิจอยู่แล้ว มาใช้เป็นหลักประกันค้ำประกันวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ โดยที่ผู้ประกอบการยังคงสามารถครอบครองทรัพย์สินนั้น และนำไปใช้สอย ผลิตสินค้า หรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ตามปกติ ไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสร้างความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้นำผู้เข้าร่วมสัมมนาลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ กรมบังคับคดี และ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดในพื้นที่จริง เพื่อให้เห็นขั้นตอนภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการบังคับหลักประกันภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ถูกออกแบบมาให้มีความสะดวกรวดเร็วและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย




กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมที่จะเดินหน้าพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับข้อกฎหมาย รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจอยู่เสมอ ทั้งนี้ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดและสร้างความเท่าเทียมให้แก่ผู้ประกอบการไทย ในการลดข้อจำกัดทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และสร้างแต้มต่อทางการแข่งขันอันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และแข็งแกร่ง




สำหรับผู้ประกอบการและผู้สนใจที่ต้องการยกระดับศักยภาพธุรกิจ
หรือต้องการติดตามข่าวสารการจัดงานสัมมนาและกิจกรรมดี ๆ ในครั้งต่อไป สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
สถานที่ติดต่อ: กองทะเบียนบริษัทมหาชนและหลักประกันทางธุรกิจ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์: 0 2547 5048-9 หรือDBD Call Center
1570 เว็บไซต์:www.dbd.go.th อีเมล:stro@dbd.go.th