ครม.เงาแถลง ลาก TH-AI Passport ถึง ป.ป.ช. เปิดหลักฐานดีล AI พันล้าน เอกสารไม่ตรง TOR-เอกชนอาจรู้ก่อนประมูล กดดัน 'อนุทิน' อย่าลอยตัว สั่งเบรก-ล้างข้อครหาเครือข่ายธุรกิจการเมือง
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.69 พรรคประชาชนแถลงหลังการประชุม ครม.เงา เรื่องข้อเสนอทางออกสำหรับโครงการ TH-AI Passport โดย นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ประเด็นใหม่ที่ต้องจับตาในโครงการ TH-AI Passport คือ เอกสารที่เสนอเข้า ครม.เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.68 มีรายละเอียดสำคัญไม่ตรงกับ TOR ที่เปิดประชาพิจารณ์ภายหลังอย่างน้อย 3 จุด ได้แก่ กรอบเวลาลงทะเบียนที่จากเดิม 90 วัน ถูกลดเหลือ 30 วัน กรอบเวลาเริ่มให้บริการจาก 120 วัน เหลือ 90 วัน และจอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อที่ไม่ปรากฏในเอกสารเสนอ ครม.เศรษฐกิจ แต่กลับมาอยู่ใน TOR ภายหลัง
นายธีระชาติ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า รายละเอียดสำคัญเหล่านี้ถูกเพิ่มหรือปรับแก้ในช่วงใด ด้วยเหตุผลใด และเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์หลักของโครงการมากเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นใกล้ช่วงยุบสภาและรัฐบาลเข้าสู่สถานะรักษาการ จึงควรมีคำชี้แจงจากฝ่ายนโยบายโดยตรง
ขณะเดียวกัน เวทีรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา ยังไม่สามารถตอบคำถามสำคัญได้ครบถ้วน โดยเฉพาะรายละเอียดเรื่อง Token และเงื่อนไขใน TOR รวมถึงกรณีที่ TOR ระบุการรองรับผู้ใช้งาน 500,000 คนต่อชั่วโมง แต่ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่าจะเปลี่ยนเป็น 5 ล้านคนต่อวินาที จึงต้องการคำยืนยันว่า หน่วยงานรัฐสามารถเปลี่ยนสาระสำคัญของ TOR ได้เพียงใด และการปรับสเปกดังกล่าวกระทบต่อความเป็นธรรมของการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่
"ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการมูลค่า 1,621 ล้านบาทไม่น่าจะสามารถเปิดลงทะเบียนและดำเนินระบบให้พร้อมภายใน 30 วันได้โดยง่าย เพราะต้องมีทั้งการพัฒนาระบบ ทดสอบความเสถียร รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก และกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรอบคอบ จึงฝากคำถามถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ให้ชี้แจงว่า เหตุใดจึงมีการเปลี่ยนรายละเอียดสำคัญจากเอกสารเดิมไปสู่ TOR ภายหลัง และเหตุใดหลายคำถามสำคัญจึงยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน" นายธีระชาติ กล่าว
◉ หลักฐานชี้เอกชนรู้ก่อนประมูล
ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า หลักฐานใหม่ที่นำมาเปิดเผยครั้งนี้ ทำให้ข้อสงสัยต่อโครงการ TH-AI Passport ขยายจากประเด็นล็อกสเปกใน TOR ไปสู่ข้อสงสัยว่าเอกชนบางรายอาจรับรู้หรือเตรียมงานล่วงหน้าก่อนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยอ้างถึงเอกสารของ บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการร่วมค้าที่ได้รับงาน ว่ามีการบรรจุโครงการนี้ไว้ในกระบวนการทำงานที่เป็นลำดับขั้น (Pipeline) ของบริษัทตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 ทั้งที่ขณะนั้นประชาชนยังไม่ทราบว่าจะมีโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นในภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลของบริษัทอักษรย่อ B ที่ถูกสร้างขึ้นก่อนการเปิดประชาพิจารณ์ TOR ในวันที่ 15 ธ.ค.68 และก่อนการเปิดประมูลช่วงปลายเดือน ธ.ค.68 รวมถึงใบเสนอราคาจากบริษัทที่รับงานช่วงต่อ หลักฐานการทดสอบระบบ UAI Testing ระหว่างช่วงประมูล และชื่อผู้ดูแลโครงการที่ตรวจสอบพบว่า ยังทำงานอยู่ในบริษัทดังกล่าว จึงตั้งข้อสังเกตว่าเอกชนที่เกี่ยวข้องอาจเริ่มดำเนินงานมาก่อนที่จะมีผลการประมูลอย่างเป็นทางการ
"หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามหลักฐานที่ปรากฏ ย่อมทำให้ข้อสงสัยต่อโครงการนี้หนักขึ้น เพราะไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการกำหนด TOR ที่อาจเอื้อผู้ประกอบการบางราย แต่กระทบต่อความเป็นธรรมของการแข่งขันจัดซื้อจัดจ้างโดยตรง หลักฐานส่วนหนึ่งได้รับจากผู้เกี่ยวข้องกับโครงการที่ไม่ต้องการให้โครงการเดินหน้าต่อ เนื่องจากเห็นว่าอาจทำให้โอกาสในอุตสาหกรรมไอทีถูกกระจุกอยู่กับคนบางกลุ่ม" น.ส.รักชนกกล่าว
ทั้งนี้ น.ส.รักชนกยังเชื่อมโยงว่า TH-AI Passport มีบางส่วนของ TOR ทับซ้อนกับโครงการ National Credit Bank และยังมีอีก 2 โครงการที่อยู่ใน Pipeline ได้แก่ โครงการ Skill/Credit Portfolio ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) วงเงินประมาณ 5,200-5,300 ล้านบาท และโครงการของกระทรวงศึกษาธิการประมาณ 1,200 ล้านบาท เมื่อรวมกับโครงการที่ดำเนินการไปแล้วราว 2,000 ล้านบาท จะมีมูลค่ารวมเกือบ 10,000 ล้านบาท จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทบทวน TOR อย่างเร่งด่วน หรือพับโครงการไว้ก่อน พร้อมยืนยันว่าจะนำหลักฐานทั้งหมดไปประกอบการยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
◉ เสนอถอยโครงการ หันสร้าง AI ไทย
ขณะที่ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคประชาชนเสนอให้ทบทวนและชะลอโครงการ TH-AI Passport โดยมองว่างบราว 1,600 ล้านบาทไม่ควรถูกใช้ในลักษณะผู้ซื้อ หรือผู้เช่าใช้แพลตฟอร์ม AI ผ่านตัวกลางเท่านั้น แต่ควรถูกนำกลับมาลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนโมเดล AI ไทยที่มีอยู่แล้ว ทั้งจากหน่วยงานรัฐและเอกชน เช่น ThaiLLM ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI, Typhoon ของ SCB X, Pathumma ของ NECTEC และ ThaiGPT ของ สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) เพื่อให้เม็ดเงินรัฐช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยโดยตรง
นายภาวุธ กล่าวว่า การใช้ AI ต่างชาติยังเป็นสิ่งจำเป็น แต่รัฐไม่ควรจัดซื้อผ่านตัวกลาง หากต้องใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศควรเจรจาในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อดึงความร่วมมือ สิทธิประโยชน์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัท AI ระดับโลกเข้ามาในประเทศไทยให้มากที่สุด นอกจากนี้ รัฐควรวางแนวทางพัฒนาทักษะประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ประชาชนทั่วไปที่ควรเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ฟรีหรือในเงื่อนไขพิเศษ กลุ่ม SME และสตาร์ทอัพที่ควรได้รับคูปองดิจิทัลสำหรับอบรมและนำ AI ไปใช้จริง รวมถึงภาครัฐที่ควรนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบการทุจริต และผลักดันรัฐให้เป็นแพลตฟอร์มมากขึ้น
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเสนอให้ต่อยอดการเรียนรู้ AI ไปสู่การสร้างอาชีพดิจิทัล โดยใช้กลไกสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดึงบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนและจ้างงานในประเทศไทยมากขึ้น เพราะหากประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะแล้ว รัฐต้องมีระบบรองรับให้เกิดงานและรายได้จริง ไม่ใช่เพียงแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระยะสั้นแล้วจบไป
"TH-AI Passport อาจเป็นหนึ่งในหลายโครงการ AI ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ หากไม่มีกรอบกำกับที่ชัดเจน อาจกลายเป็นช่องทางดูดงบประมาณรัฐจำนวนมาก จึงเสนอให้กระทรวงดีอีถอยจากบทบาทผู้ทำโครงการ AI เอง ไปทำหน้าที่วางกรอบ กำหนดราคากลาง มาตรฐานกลาง และระบบตรวจสอบทางเทคนิค (Technical Routing) โดยให้หน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ เช่น BDI และ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ร่วมกลั่นกรองโครงการ เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้เม็ดเงินด้าน AI ของประเทศถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด" นายภาวุธ กล่าว
◉ จี้ นายกฯ เลือกตัดไฟแต่ต้นลม
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ข้อพิรุธในโครงการ TH-AI Passport ไม่ใช่เรื่องที่จบแค่ระดับปลัดกระทรวงหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี แต่เป็นเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีต้องตอบโดยตรงว่าจะจัดการอย่างไร สำหรับข้อมูลที่พรรคประชาชนนำมาเปิดเผยวันนี้ยังไม่ใช่ทั้งหมด และยังมีหลักฐานจากผู้หวังดีทั้งในภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐอีกจำนวนมาก หากรัฐบาลยังไม่แก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พรรคจะทยอยเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ข้อพิรุธสำคัญมีอย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่ ข้อสงสัยว่าโครงการอาจมีการเตรียมงานล่วงหน้าก่อนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งที่รัฐบาลอ้างว่าให้ความสำคัญกับ AI แต่กลับไม่พบว่านายกรัฐมนตรีเรียกประชุมคณะกรรมการ AI แห่งชาติ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ประการต่อมาคือความผิดปกติใน TOR ที่อาจมีทั้งลักษณะลอก และล็อก โดยเชื่อมโยงกับโครงการ National Credit Bank ของกระทรวง อว. และประเด็นจอโฆษณาที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางราย ขณะที่ประการสุดท้ายคือข้อสงสัยว่า โครงการลักษณะนี้อาจไม่ได้มีเพียง TH-AI Passport แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับงบประมาณระดับหมื่นล้านบาทในหลายโครงการ
ดังนั้น นายกรัฐมนตรีมีทางเลือกเพียง 2 ทาง คือ สั่งเบรกโครงการทั้งหมดทันที เพื่อแสดงความจริงจังในการจัดการปัญหาทุจริตและเครือข่ายธุรกิจการเมือง หรือ เลือกที่จะลอยตัว ไม่แตะต้องปัญหา และปล่อยให้ข้อสงสัยเรื่องการใช้งบประมาณแผ่นดินเดินหน้าต่อไป ซึ่งสำหรับพรรคประชาชนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีระงับโครงการ TH-AI Passport ทันที พร้อมตรวจสอบข้อพิรุธทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังเสนอให้ปฏิรูปกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) เพื่อให้การใช้เงินนอกงบประมาณมีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ระดับ 1,600 ล้านบาท ควรเปิดให้ผู้ประกอบการเข้ามานำเสนอโครงการอย่างเปิดเผย ถ่ายทอดสดให้สาธารณะตรวจสอบ และเปิดหลักเกณฑ์การพิจารณาทั้งหมดว่าเป็นธรรมหรือไม่ รวมถึงช่วยสร้างอุตสาหกรรม AI ของประเทศได้จริงหรือไม่ โดยรัฐควรเปลี่ยนแนวทางใช้เงินจากการซื้อไปสู่การสร้างเพื่อให้งบประมาณด้าน AI ตอบโจทย์ประชาชนและสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
◉ 'ดีอี' จ่อเปิดตัว 'AI Passport' เดือน มิ.ย.69 ให้คนไทยใช้ AI ตัวดังฟรี
◉ แกะทีโออาร์ 'AI Passport' ให้คนไทย 15 ปีขึ้นไปใช้ AI ตัวท็อปฟรี
◉ 'ไชยชนก' คอนเฟิร์ม TH-AI Passport โปร่งใส ใช้งบ 1.6 พันล้านคุ้มค่า
◉ 'ไชยชนก' ยันเดินหน้า TH-AI Passport เปิดวิธีลงทะเบียน-ขั้นตอนใช้งาน มิ.ย.69
◉ 'ดีอี' การันตี TH-AI Passport โปร่งใส ใช้ AI ฟรี 25 โมเดล
◉ TH-AI Passport ฝ่ายค้าน-กูรูไอทีชำแหละเละ เทียบ OKMD งบต่างกันพันล้าน
◉ เปิดเฮียริ่ง TH-AI Passport เริ่มแล้ว ปลัดดีอีลั่นเดินหน้าต่อ ใช้ความเห็นปรับสัญญา
◉ 'ดร.การดี' ซักคุ้มงบ TH-AI Passport 'ดีอี' ยันดันใช้ AI แตะ 19%
◉ 'ธีระชาติ' เค้นไชยชนก ตอบปมสัมพันธ์ผู้ชนะงาน TH-AI Passport
◉ 'ไชยชนก' เสนอเปิด Beta Test TH-AI Passport ให้ลองระบบจริง ลุ้นเปิดใช้ 1 ก.ค.69
◉ สองนกเปิดศึก 'TH-AI Passport' ภาพร่วมเฟรมลามถึง 'แพลน บี' ปัดเอี่ยว