ถ้าพูดถึงแบรนด์รถยนต์จีนที่มีประวัติยาวนานและมีบทบาทสำคัญที่สุดแบรนด์หนึ่ง Hongqi (หงษ์ฉี) คือชื่อที่มักถูกพูดถึงเสมอ
Hongqi (หงษ์ฉี) แปลว่า “ธงแดง” เป็นแบรนด์รถยนต์หรูภายใต้ FAW Group และถือเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์นั่งที่เก่าแก่ที่สุดของจีน โดยเริ่มต้นในปี 1958

Hongqi ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นรถสำหรับขายทั่วไป แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในระดับประเทศ ทั้งสำหรับผู้นำจีน เจ้าหน้าที่ระดับสูง และงานพิธีสำคัญของรัฐ จึงทำให้แบรนด์นี้มีสถานะพิเศษในประวัติศาสตร์ยานยนต์จีน

จากรถของผู้นำ สู่สัญลักษณ์ของอุตสาหกรรมจีน
Hongqi รุ่นแรกถูกผลิตขึ้นในเมืองฉางชุน โดย FAW ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ในช่วงแรก Hongqi ถูกใช้เป็นรถประจำตำแหน่งของผู้นำจีนและใช้ในงานระดับชาติ ทำให้แบรนด์นี้ไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสามารถในการสร้างรถยนต์ระดับสูงของจีนด้วยตัวเอง ภาพจำของ Hongqi จึงต่างจากแบรนด์รถจีนทั่วไป เพราะแบรนด์นี้ผูกกับประวัติศาสตร์ การเมือง และความภาคภูมิใจของประเทศมาตั้งแต่ต้น

ความท้าทาย เมื่อรถหรูต่างชาติเข้ามาแข่งขัน
แม้ Hongqi จะมีสถานะสูงมากในเชิงสัญลักษณ์ แต่เมื่อจีนเปิดประเทศและแบรนด์รถยนต์ต่างชาติเข้ามาแข่งขันมากขึ้น Hongqi ก็เริ่มเสียพื้นที่
รถหรูจากยุโรป เช่น Mercedes-Benz, BMW, Audi และ Rolls-Royce เข้ามากลายเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภคระดับบน ขณะที่ Hongqi ยังมีภาพลักษณ์แบบรถราชการและรถผู้นำประเทศมากกว่ารถหรูสำหรับคนทั่วไป
ในช่วงหนึ่ง แบรนด์จึงเผชิญปัญหายอดขายที่ลดลงและภาพลักษณ์ที่ดูห่างจากผู้บริโภครุ่นใหม่

การฟื้นแบรนด์ครั้งใหญ่ของ Hongqi
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ FAW เริ่มฟื้นภาพลักษณ์ของ Hongqi ให้กลับมาเป็นแบรนด์รถหรูสำหรับตลาดยุคใหม่ โดยปรับตัวจากรถพิธีการของรัฐ ไปสู่แบรนด์รถหรูที่มีทั้งซีดาน SUV รถพลังงานใหม่ และรถไฟฟ้า โดยพยายามผสมความหรูแบบจีนเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ >อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการดึงบุคลากรระดับโลกเข้ามาช่วยยกระดับงานออกแบบ เช่นGiles Taylorอดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Rolls-Royce ซึ่งช่วยให้ภาพลักษณ์ของ Hongqi ดูร่วมสมัยและพรีเมียมมากขึ้น
ผลลัพธ์คือ Hongqi กลับมาเติบโตอย่างชัดเจน โดยรายงานของ Reuters ระบุว่ายอดขายของแบรนด์พลิกฟื้นจากต่ำกว่า 5,000 คันในปี 2017 สู่กว่า 412,000 คันในปี 2024

จุดเด่นของ Hongqi คือความหรูแบบจีน
จุดแข็งของ Hongqi ไม่ได้อยู่แค่การเป็นรถหรู แต่คือการเป็น รถหรูที่มีรากทางวัฒนธรรมจีนอย่างชัดเจน ดีไซน์ของ Hongqi หลายรุ่นมักใช้เส้นสายที่ให้ความรู้สึกสง่างาม หนักแน่น และเป็นทางการ ขณะที่ภายในเน้นความพรีเมียม ความกว้างขวาง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
รุ่นที่เป็นที่รู้จัก เช่น Hongqi H9, Hongqi E-HS9, Hongqi HS7 และรถลีมูซีนระดับสูงอย่าง Hongqi L5 ต่างช่วยสร้างภาพจำว่า Hongqi ต้องการยืนอยู่ในตลาดรถหรู ไม่ใช่ตลาดรถแมสทั่วไป

จากจีนสู่ตลาดโลก
ในช่วงหลัง Hongqi ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแบรนด์ใหญ่ในจีน แต่เริ่มเดินหน้าเข้าสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น Reuters รายงานว่า Hongqi มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด 15 รุ่นในยุโรปภายในปี 2028 ครอบคลุม 25 ตลาดยุโรป พร้อมแผนสร้างเครือข่ายดีลเลอร์มากกว่า 200 แห่ง
หนึ่งในรุ่นสำคัญคือ Hongqi EHS5 รถ SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่เปิดตัวในงาน IAA Mobility ที่มิวนิก โดยมีระยะทางวิ่งประมาณ 550 กิโลเมตร และรองรับชาร์จเร็วจาก 10% เป็น 80% ภายในเวลาประมาณ 20 นาที
การบุกยุโรปสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Hongqi ในการขยายตลาดไปยังภูมิภาคที่มีมาตรฐานสูงและมีการแข่งขันรุนแรงจากแบรนด์รถยนต์พรีเมียมระดับโลก

ก้าวต่อไปของ Hongqi
ปัจจุบัน Hongqi กำลังเดินหน้าขยายจากแบรนด์รถหรูที่มีชื่อเสียงในจีน สู่การเป็นผู้เล่นระดับโลกมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานใหม่ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการขยายตลาดต่างประเทศ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการรุกตลาดยุโรป ซึ่ง Hongqi มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด 15 รุ่นภายในปี 2028 ครอบคลุม 25 ประเทศ พร้อมขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 200 แห่ง

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังคงพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มรถซีดาน SUV และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาดโลก
Hongqi ในวันที่กำลังเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง จึงไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของจีน แต่ยังเป็นหนึ่งในแบรนด์รถหรูจีนที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุดในเวทีโลก


บุกเมืองไทย
Hongqi ได้แต่งตั้ง “เมโทร กรุ๊ป” เป็นผู้ดูแลแบรนด์ในประเทศไทย โดยมี บริษัท เมโทร ออโต้เฮ้าส์ จำกัด (Metro Autohaus Co., Ltd.) เป็นผู้จัดจำหน่าย (Distributor) รถยนต์แบรนด์ HONGQI อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งทาง เมโทร กรุ๊ป เตรียมเปิดตัวแบรนด์ HONGQI อย่างเป็นทางการในไทย วันที่ 17 มิถุนายนนี้ ซึ่งรถยนต์รุ่นแรกที่จะเปิดตัว คือ E-HS9 ที่มีการขับจากประเทศจีนมาถึงเมืองไทยด้วยระยะทางกว่า 6,000 กม.


อ้างอิง: Hongqi Official / FAW / Reuters
Hongqi (หงษ์ฉี) แปลว่า “ธงแดง” เป็นแบรนด์รถยนต์หรูภายใต้ FAW Group และถือเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์นั่งที่เก่าแก่ที่สุดของจีน โดยเริ่มต้นในปี 1958
Hongqi ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นรถสำหรับขายทั่วไป แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในระดับประเทศ ทั้งสำหรับผู้นำจีน เจ้าหน้าที่ระดับสูง และงานพิธีสำคัญของรัฐ จึงทำให้แบรนด์นี้มีสถานะพิเศษในประวัติศาสตร์ยานยนต์จีน
จากรถของผู้นำ สู่สัญลักษณ์ของอุตสาหกรรมจีน
Hongqi รุ่นแรกถูกผลิตขึ้นในเมืองฉางชุน โดย FAW ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ในช่วงแรก Hongqi ถูกใช้เป็นรถประจำตำแหน่งของผู้นำจีนและใช้ในงานระดับชาติ ทำให้แบรนด์นี้ไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสามารถในการสร้างรถยนต์ระดับสูงของจีนด้วยตัวเอง ภาพจำของ Hongqi จึงต่างจากแบรนด์รถจีนทั่วไป เพราะแบรนด์นี้ผูกกับประวัติศาสตร์ การเมือง และความภาคภูมิใจของประเทศมาตั้งแต่ต้น
ความท้าทาย เมื่อรถหรูต่างชาติเข้ามาแข่งขัน
แม้ Hongqi จะมีสถานะสูงมากในเชิงสัญลักษณ์ แต่เมื่อจีนเปิดประเทศและแบรนด์รถยนต์ต่างชาติเข้ามาแข่งขันมากขึ้น Hongqi ก็เริ่มเสียพื้นที่
รถหรูจากยุโรป เช่น Mercedes-Benz, BMW, Audi และ Rolls-Royce เข้ามากลายเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภคระดับบน ขณะที่ Hongqi ยังมีภาพลักษณ์แบบรถราชการและรถผู้นำประเทศมากกว่ารถหรูสำหรับคนทั่วไป
ในช่วงหนึ่ง แบรนด์จึงเผชิญปัญหายอดขายที่ลดลงและภาพลักษณ์ที่ดูห่างจากผู้บริโภครุ่นใหม่
การฟื้นแบรนด์ครั้งใหญ่ของ Hongqi
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ FAW เริ่มฟื้นภาพลักษณ์ของ Hongqi ให้กลับมาเป็นแบรนด์รถหรูสำหรับตลาดยุคใหม่ โดยปรับตัวจากรถพิธีการของรัฐ ไปสู่แบรนด์รถหรูที่มีทั้งซีดาน SUV รถพลังงานใหม่ และรถไฟฟ้า โดยพยายามผสมความหรูแบบจีนเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ >อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการดึงบุคลากรระดับโลกเข้ามาช่วยยกระดับงานออกแบบ เช่นGiles Taylorอดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Rolls-Royce ซึ่งช่วยให้ภาพลักษณ์ของ Hongqi ดูร่วมสมัยและพรีเมียมมากขึ้น
ผลลัพธ์คือ Hongqi กลับมาเติบโตอย่างชัดเจน โดยรายงานของ Reuters ระบุว่ายอดขายของแบรนด์พลิกฟื้นจากต่ำกว่า 5,000 คันในปี 2017 สู่กว่า 412,000 คันในปี 2024
จุดเด่นของ Hongqi คือความหรูแบบจีน
จุดแข็งของ Hongqi ไม่ได้อยู่แค่การเป็นรถหรู แต่คือการเป็น รถหรูที่มีรากทางวัฒนธรรมจีนอย่างชัดเจน ดีไซน์ของ Hongqi หลายรุ่นมักใช้เส้นสายที่ให้ความรู้สึกสง่างาม หนักแน่น และเป็นทางการ ขณะที่ภายในเน้นความพรีเมียม ความกว้างขวาง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
รุ่นที่เป็นที่รู้จัก เช่น Hongqi H9, Hongqi E-HS9, Hongqi HS7 และรถลีมูซีนระดับสูงอย่าง Hongqi L5 ต่างช่วยสร้างภาพจำว่า Hongqi ต้องการยืนอยู่ในตลาดรถหรู ไม่ใช่ตลาดรถแมสทั่วไป
จากจีนสู่ตลาดโลก
ในช่วงหลัง Hongqi ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแบรนด์ใหญ่ในจีน แต่เริ่มเดินหน้าเข้าสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น Reuters รายงานว่า Hongqi มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด 15 รุ่นในยุโรปภายในปี 2028 ครอบคลุม 25 ตลาดยุโรป พร้อมแผนสร้างเครือข่ายดีลเลอร์มากกว่า 200 แห่ง
หนึ่งในรุ่นสำคัญคือ Hongqi EHS5 รถ SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่เปิดตัวในงาน IAA Mobility ที่มิวนิก โดยมีระยะทางวิ่งประมาณ 550 กิโลเมตร และรองรับชาร์จเร็วจาก 10% เป็น 80% ภายในเวลาประมาณ 20 นาที
การบุกยุโรปสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Hongqi ในการขยายตลาดไปยังภูมิภาคที่มีมาตรฐานสูงและมีการแข่งขันรุนแรงจากแบรนด์รถยนต์พรีเมียมระดับโลก
ก้าวต่อไปของ Hongqi
ปัจจุบัน Hongqi กำลังเดินหน้าขยายจากแบรนด์รถหรูที่มีชื่อเสียงในจีน สู่การเป็นผู้เล่นระดับโลกมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานใหม่ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการขยายตลาดต่างประเทศ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการรุกตลาดยุโรป ซึ่ง Hongqi มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด 15 รุ่นภายในปี 2028 ครอบคลุม 25 ประเทศ พร้อมขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 200 แห่ง
ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังคงพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มรถซีดาน SUV และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาดโลก
Hongqi ในวันที่กำลังเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง จึงไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของจีน แต่ยังเป็นหนึ่งในแบรนด์รถหรูจีนที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุดในเวทีโลก
บุกเมืองไทย
Hongqi ได้แต่งตั้ง “เมโทร กรุ๊ป” เป็นผู้ดูแลแบรนด์ในประเทศไทย โดยมี บริษัท เมโทร ออโต้เฮ้าส์ จำกัด (Metro Autohaus Co., Ltd.) เป็นผู้จัดจำหน่าย (Distributor) รถยนต์แบรนด์ HONGQI อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งทาง เมโทร กรุ๊ป เตรียมเปิดตัวแบรนด์ HONGQI อย่างเป็นทางการในไทย วันที่ 17 มิถุนายนนี้ ซึ่งรถยนต์รุ่นแรกที่จะเปิดตัว คือ E-HS9 ที่มีการขับจากประเทศจีนมาถึงเมืองไทยด้วยระยะทางกว่า 6,000 กม.
อ้างอิง: Hongqi Official / FAW / Reuters