บีวายดีมั่นใจเทคโนโลยี Blade Battery รุ่นที่สอง นวัตกรรมการชาร์จเร็ว และเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะอื่นๆ ที่จะทยอยออกมา จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในและนอกประเทศ และนำทางบริษัทแซงโตโยต้าขึ้นเป็นค่ายรถหมายเลขหนึ่งของโลกในปี 2030
หวัง ชวนฟู ประธานกรรมการและประธานบีวายดี ย้ำการเติบโตแข็งแกร่งของบริษัทรถจีนในตลาดโลก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผลิตภัณฑ์ของบีวายดีที่โดดเด่นจากราคาที่แข่งขันได้ เทคโนโลยีขั้นสูง และประสบการณ์การใช้งานเหนือชั้น ทำผลงานได้ดีกว่าบริษัทท้องถิ่นหลายแห่งในขณะนี้
คาร์นิวส์ไชน่ารายงานว่า ระหว่างการประชุมประจำปีเมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) หวังระบุว่า จากแนวโน้มปัจจุบัน ยอดขายนอกประเทศปีนี้น่าจะสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้เบื้องต้นที่ 1.6 ล้านคัน เขายังย้ำกลยุทธ์ที่เน้นผลงานระยะยาว รวมถึงความสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยอิงกับความต้องการของแต่ละตลาดเพื่อรับประกันการเติบโตที่มั่นคงยั่งยืน
ในส่วนระบบการขับขี่แห่งอนาคตนั้น หวังอธิบายว่า รถคือรูปแบบหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์แบบฝังตัว และเสริมว่า ด้วยรถที่ติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะจำนวน 3.15 ล้านคันที่วิ่งอยู่บนถนนทั่วโลกในขณะนี้ บีวายดีกำลังสะสมข้อมูลในอัตรา 200 ล้านกม./วัน และชุดข้อมูลนี้จะเป็นรากฐานสำหรับศักยภาพการขับขี่อัตโนมัติระดับต่อไปของบริษัท
หวังประเมินว่า เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติระดับ L3 และ L4 จะออกสู่ตลาดเร็วกว่าที่คาดไว้ และยืนยันว่า บีวายดีเตรียมพร้อมเต็มที่ทั้งด้านชิป อัลกอริธึม และระบบนิเวศข้อมูล รอแค่ภาครัฐออกกฎระเบียบมาบังคับใช้ บริษัทก็สามารถเริ่มต้นได้ทันที และสำทับว่า ตอนนี้บีวายดีจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมทั้งที่ยุโรป อเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลางรองรับการเริ่มต้นใหม่นี้แล้ว
เขายังคลายความกังวลของผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับส่วนต่างกำไรภายในประเทศและภาพลักษณ์แบรนด์โดยยืนยันว่า เส้นทางสู่ตลาดไฮเอนด์ของบีวายดีอิงกับเทคโนโลยีหลักของบริษัท และเผยว่า ขณะนี้ ตลาดนอกประเทศหลายแห่ง เช่น ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกาใต้ยอมรับบีวายดีในฐานะแบรนด์พรีเมียม
หวังเสริมว่า รถเป็นเครื่องมือสำหรับการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิต ดังนั้น บริษัทจึงต้องกลับสู่แก่นแท้ของเทคโนโลยี นอกจากนั้น บีวายดียังคาดหวังจัดการความท้าทายเกี่ยวกับการยกระดับแบรนด์และศักยภาพการทำกำไรต่อรถหนึ่งคัน
หวังมองแนวโน้มใน 3-5 ปีข้างหน้าแง่บวก โดยเชื่อว่า เทคโนโลยี Blade Battery รุ่นที่สอง นวัตกรรมการชาร์จเร็ว และเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะอื่นๆ ที่จะทยอยออกมา จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในและนอกประเทศ และนำพาบีวายดีสู่ตำแหน่งบริษัทรถหมายเลขหนึ่งของโลกในปี 2030
ทั้งนี้ บีวายดียุติการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เพียงอย่างเดียวในปี 2022 และหันมาโฟกัสรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) และเดิมพันนี้กำลังผลิดอกออกผลงดงาม
ปีที่ผ่านมา บริษัทอีวีใหญ่ที่สุดของจีนแห่งนี้ทำยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่รวมทั้ง BEV และ PHEV กว่า 4.6 ล้านคัน และส่งให้บีวายดีแซงฟอร์ดของอเมริกาขึ้นเป็นบริษัทรถใหญ่ที่สุดอันดับ 6 ของโลก
เพื่อให้เป้าหมายของหวังเป็นจริง บีวายดีจำเป็นต้องเอาชนะโตโยต้าแชมป์เก่าที่ปีที่ผ่านมากวาดยอดขายทั่วโลก 11.3 ล้านคัน หรือสองเท่าของยอดขายบีวายดี
อิเล็กเทรคมองว่า มีโอกาสเป็นไปได้ โดยยกตัวอย่างว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา บีวายดีมียอดขายนอกประเทศเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและทะลุ 160,000 คันเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม อันเป็นจากการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากโตโยต้า โฟล์คสวาเกน และค่ายรถระดับโลกแห่งอื่นๆ อย่างต่อเนื่องในตลาดทั่วโลกที่รวมถึงยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย เม็กซิโก และบราซิล
นอกจากนั้น ในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย บราซิล และสหราชอาณาจักร บีวายดียังกลายเป็นแบรนด์อีวีขายดีที่สุดแซงหน้าเทสลาและเกีย