xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ "ระเบิดรังมังกร" บุก 14 จุด ล้างเครือข่ายจีนเทา "หมิงเฉิน ซัน" โยง Prince Group ยึดทรัพย์ 583 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ตำรวจไซเบอร์แถลงปฏิบัติการ ระเบิดรังมังกร ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายพร้อมกัน 14 จุด กวาดล้างเครือข่ายจีนเทา หมิงเฉิน ซัน เชื่อมโยง หมิงเฉิน ซัน และขบวนการสแกมเมอร์ Prince Group ในกัมพูชา
กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีระดมกำลังนับร้อยนาย บุกตรวจค้นพร้อมกัน 14 จุดใน 3 จังหวัด กทม.-สมุทรปราการ-เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2569 เปิดฉากปฏิบัติการ "ระเบิดรังมังกร" ขยายผลจากคดีชาวจีนสัญชาติเทาซุกคลังอาวุธสงครามจนถูกจับ สาวเส้นทางการเงินเชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์ในเครือ Prince Group กว่า 4,143 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 815 ล้านบาท กวาดยึดทรัพย์สิน ทั้งอสังหาริมทรัพย์หรู รถยนต์ราคาแพง เอกสารทางการเงิน และพยานหลักฐานดิจิทัลรวมมูลค่ากว่า 583 ล้านบาท

เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พลตำรวจโทสุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการ บช.สอท. มอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสังกัดร่วมแถลงข่าวผลปฏิบัติการสำคัญภายใต้รหัส "ระเบิดรังมังกร" ซึ่งดำเนินการไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และเชียงใหม่

ปฏิบัติการนี้เป็นการสืบสวนและบูรณาการข้อมูลจากคดีสแกมเมอร์ 5 คดีสำคัญ ได้แก่ คดีอาญาของ สน.ดินแดง ที่ 462/2564, คดีอาญาของ สภ.หนองขาม จังหวัดชลบุรี ที่ 727/2564, คดีอาญาของ สน.บางเขน ที่ 1471/2565, คดีอาญาของ สน.ศาลาแดง ที่ 452/2565 และคดีรับแจ้งความออนไลน์ของ บก.สอท.2 ทั้ง 5 คดีมีจุดร่วมเดียวกันคือ ผู้เสียหายถูกหลอกลวงผ่านรูปแบบที่เรียกว่า Hybrid Scam กล่าวคือ คนร้ายใช้สื่อสังคมออนไลน์ปลูกฝังความสัมพันธ์ก่อนชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มปลอม ก่อนโอนเงินเหยื่อเข้าสู่บัญชีม้าในที่สุด

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์
เมื่อเจ้าหน้าที่ตามรอยเส้นทางการเงิน ปรากฏจุดเชื่อมโยงเส้นเงินที่หายไปจากเหยื่อทั้ง 5 คดี แม้จะถูกหลอกต่างเวลา ต่างแพลตฟอร์ม ต่างพื้นที่ แต่มีจุดเชื่อมโยงรวมกันผ่านระบบฟอกเงินที่ซับซ้อน ผ่านทั้งบัญชีม้า การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และระบบการเงินใต้ดิน ก่อนส่งต่อขึ้นไปยังผู้บริหารจัดการเงินและผู้รับผลประโยชน์ระดับบนของเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งกลายเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ว่าคดีที่กระจัดกระจายอยู่หลายท้องที่ล้วนเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติองค์กรเดียว

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์
นอกจากนี้ชื่อที่โผล่ขึ้นมากลางเส้นเงินนี้คือ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่ารับโอนเงินรวมกว่า 100 ล้านบาทผ่านบัญชีธนาคารหลายบัญชี จากบุคคลสัญชาติต่างๆ ในเครือข่ายเดียวกัน จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เมื่อรถยนต์ของนายหมิงเฉิน พลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบปืนสั้น Glock 26 ติดตัว เมื่อตรวจค้นที่พักจึงพบคลังอาวุธสงครามและระเบิดทำลายล้างสูงจำนวนมาก นำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้อง 11 ราย รวม 7 คดีอาวุธ ก่อนสืบสวนขยายผลเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมออนไลน์อีก 4,143 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 815 ล้านบาท

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์
สำหรับปฏิบัติการวันที่ 9 มิถุนายน 2569 พลตำรวจตรี ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการ บช.สอท. และพลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการ สอท.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่นับร้อยนายบุกตรวจค้นพร้อมกัน 14 จุด ผลที่ได้คือทรัพย์สินซึ่งเชื่อว่าได้มาจากการกระทำผิดถูกยึดและอายัดเกือบทุกประเภท ทั้งบ้านพักหรู วิลล่า ห้องชุดในโครงการระดับลักชัวรี รถยนต์ราคาแพง โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต เอกสารทางการเงิน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และพยานหลักฐานดิจิทัลจำนวนมาก รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 583 ล้านบาท

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์และวิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งหมดเชิงลึก โดยเฉพาะข้อมูลที่ชี้ชัดถึงการถือครองทรัพย์สินแทน การเคลื่อนย้ายเงิน การบริหารจัดการทรัพย์สินของเครือข่าย และความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลในขบวนการ ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมได้อีกหลายราย พร้อมขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามพยานหลักฐานที่ปรากฏต่อไป

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์

ที่มา : ตำรวจไซเบอร์