เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดแผนครึ่งหลังปี 2569 เตรียมรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 จำนวน 16 ลำ ลุยเพิ่มความถี่ในเส้นทางศักยภาพและขยายเครือข่ายการบิน หลังทำสัญญาขยายฝูงบินที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจสายการบินราคาประหยัดของประเทศไทยในระยะเวลาหนึ่งปี สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
กรุงเทพฯ 12 มิถุนายน 2569 – นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า ตลอดครึ่งปีหลัง 2569 เวียตเจ็ทไทยแลนด์เดินหน้าขยายขีดความสามารถในการดำเนินงานผ่านแผนการรับมอบอากาศยานโบอิ้ง 737-8 ทั้งหมดจำนวน 16 ลำ ซึ่งนับเป็นแผนการขยายฝูงบินครั้งใหญ่ที่สุดของสายการบินราคาประหยัดในประเทศไทยภายในระยะเวลาหนึ่งปี โดยล่าสุดได้มีการรับมอบเครื่องบินลำแรกในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 และจะทยอยรับมอบต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่งผลให้สิ้นปี 2569 เวียตเจ็ทไทยแลนด์จะมีฝูงบินโบอิ้ง 737-8 รวมทั้งสิ้น 25 ลำ (ฝูงบินรวมทั้งหมด 29 ลำ) เพื่อสนับสนุนแผนการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางศักยภาพ ตลอดจนรองรับการขยายเส้นทางบินใหม่ อาทิ เส้นทาง กรุงเทพฯ – กัวลาลัมเปอร์ และรวมถึงเที่ยวบินเชื่อมต่อ ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการในปีนี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการบินในภูมิภาค
“ขณะที่แผนการรับมอบอากาศยานโบอิ้ง 737-8 ทั้งหมดยังคงเป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ โดยคาดว่าจะทยอยรับมอบเครื่องบินครบทั้ง 50 ลำภายในปี 2571 ซึ่งจะทำให้สายการบินรองรับนักเดินทางได้สูงสุดกว่า 20 ล้านที่นั่งต่อปี เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพการดำเนินงานระยะยาวของสายการบินฯ ทั้งด้านเครือข่ายเส้นทางบิน การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการพัฒนาประสบการณ์ผู้โดยสาร ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ด้วยเทคโนโลยีอากาศยานรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบการเดินทางที่สะดวก คุ้มค่า ปลอดภัย และเข้าถึงได้สำหรับผู้โดยสารทุกกลุ่ม พร้อมสนับสนุนศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค” นายวรเนติ กล่าว
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสายการบินยุคใหม่ ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงขนส่งผู้โดยสารไปยังปลายทางต่าง ๆ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเติบโตของเมืองในภูมิภาคเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในเอเชียที่พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับความถี่ในการเดินทาง และความคุ้มค่ามากขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดการเดินทางทางอากาศในภูมิภาค แม้อุตสาหกรรมการบินโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนในหลายด้าน
ทั้งนี้ ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังเล็งเห็นโอกาสในการขยายการดำเนินงานเพื่อสร้างการเติบโตทั้งเส้นทางในประเทศ และเส้นทางระหว่างประเทศภายในภูมิภาค ซึ่งยังคงมีอัตราการจองใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน ยังเชื่อมั่นในศักยภาพการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว เนื่องจากประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของภูมิภาค
โดยข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดว่าปี 2569 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 30-34 ล้านคน ซึ่งเป็นอานิสงส์ให้ความต้องการเดินทางทางอากาศที่สะดวก คุ้มค่า และเข้าถึงได้ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง