คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ไฟเขียว 2 มาตรการ 5 โครงการ บริหารจัดการข้าวเปลือก ปี 69/70 เป้าหมายรวม 11.5 ล้านตัน วงเงินจ่ายขาดกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ยกระดับคุณภาพข้าวไทย และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เผยยังได้อนุมัติเพิ่มวงเงินจ่ายไร่ละพัน ให้กับชาวนาที่ตกค้าง 1,846.96 ล้านบาท และมอบกรมการข้าว ปรับเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว เพิ่มผลผลิต
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมได้เห็นชอบ 2 มาตรการ 5 โครงการ มีเป้าหมายบริหารจัดการข้าวเปลือกปีการผลิต 2569/70 รวม 11.5 ล้านตัน กรอบวงเงินจ่ายขาดรวม 10,192.58 ล้านบาท เพื่อดูดซับผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคาข้าว ยกระดับคุณภาพข้าวไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน และดูแลรายได้ของเกษตรกร
โดยมาตรการแรก รักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 8,428.58 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 โครงการ คือ 1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 7,208.33 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก โดยภาครัฐสนับสนุนค่าฝากเก็บในอัตรา 1,500 บาทต่อตัน เพื่อชะลอการระบายผลผลิตออกสู่ตลาด 2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก และ 3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 564 ล้านบาท เป้าหมาย 4 ล้านตันข้าวเปลือก
มาตรการที่สอง เป็นมาตรการระยะยาวปรับปรุงโครงสร้างการผลิตภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) วงเงินจ่ายขาด 1,764 ล้านบาท ประกอบ 2 โครงการ คือ 4.โครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินจ่ายขาด 1,680 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก เพื่อบริหารจัดการข้าวส่วนเกิน รักษาสมดุลอุปทานในตลาด และเชื่อมโยงการนำข้าวไปแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงจำหน่ายให้กับหน่วยงานที่มีความต้องการใช้จริง อาทิ กรมราชทัณฑ์ หน่วยงานกองทัพ และหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ และ 5.โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่า (ข้าวประณีต ระยะที่ 2) วงเงินจ่ายขาด 84 ล้านบาท จำนวน 266 กลุ่ม เพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพสูง เพิ่มมูลค่าผลผลิตของเกษตรกร สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในระยะยาว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบขยายกรอบวงเงินโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 หรือมาตรการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท โดยขยายกรอบวงเงินจากเดิม 37,906.20 ล้านบาท เป็น 39,753.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,846.96 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวไว้แล้วแต่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ ให้ได้รับการสนับสนุนอย่างทั่วถึงและครบถ้วนตามเป้าหมายของโครงการ
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กรมการข้าว ดำเนินโครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้กับชาวนา และพิจารณาแนวทางการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวให้คงคุณภาพได้ยาวนานมากขึ้น เช่น การทำไซโลควบคุมอุณหภูมิ เพื่อการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้มีเพียงพอและต่อเนื่อง
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการสินค้าข้าวภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงาน การผลิต และการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบต่อภาคการเกษตร รัฐบาลจะเดินหน้าดูแลเกษตรกรอย่างเต็มที่ โดยยึดแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.บริหารจัดการราคาข้าวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 2.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และโลจิสติกส์ และ 3.สร้างเสถียรภาพตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการลดภาระต้นทุนการผลิต การดูดซับผลผลิตส่วนเกิน และการยกระดับคุณภาพข้าวไทยเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร
ส่วนสถานการณ์ข้าวโลกปีการผลิต 2569/2570 มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น โดยผลผลิตข้าวโลกคาดว่าจะลดลงร้อยละ 1 เหลือ 537.82 ล้านตันข้าวสาร ขณะที่การบริโภคและการค้าโลกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สต็อกข้าวโลกปรับลดลง ขณะที่ประเทศไทยมีแนวโน้มผลผลิตข้าวนาปรังและข้าวนาปีลดลงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ แต่ความกังวลด้านความมั่นคงทางอาหารและผลกระทบจากภัยแล้งในหลายประเทศ อาจเป็นโอกาสให้ไทยขยายการส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์น้ำ ปัจจัยการผลิต และตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสมดุลด้านผลผลิต คุณภาพ และเสถียรภาพราคาข้าวของประเทศ