xs
xsm
sm
md
lg

สภาล่างญี่ปุ่นไฟเขียวกฎหมายคริปโตฯ จ่อหั่นภาษีโหด 20% ปูทางสู่ ETF พลิกโฉมตลาดทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นที่สะเทือนวงการสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อมีรายงานการผ่านร่างกฎหมายดึงคริปโทเคอร์เรนซีเข้าสู่กรอบตราสารทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ นัยสำคัญของก้าวนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปลดล็อกการจัดตั้งกองทุน ETF เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล แต่ยังรวมถึงการเตรียมปรับลดเพดานภาษีที่เคยสูงลิ่วถึง 55% ให้เหลือเพียงอัตราคงที่ 20% เทียบเท่ากับหุ้นและพันธบัตร การปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลโตเกียวที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแล พร้อมปูทางให้ญี่ปุ่นก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการเงินดิจิทัลแห่งใหม่ที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตา


รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น (สภาล่าง) ได้ผ่านร่างกฎหมายสำคัญที่จะดึงเอาสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่กรอบกฎหมายตราสารทางการเงินของประเทศ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ไปสู่การพิจารณาอนุมัติกองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือ ETF รวมถึงการปรับลดโครงสร้างภาษีสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคตอันใกล้

ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์กเมื่อวันพฤหัสบดี ร่างกฎหมายฉบับนี้จะยกระดับการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีมาตรฐานเข้าใกล้รูปแบบของหุ้นและพันธบัตรมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการบังคับใช้กฎระเบียบการซื้อขายที่เข้มงวดกว่าเดิม

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2570 หลังจากผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา (สภาบน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไฮไลต์สำคัญที่นักลงทุนต่างจับตาคือ การปรับโครงสร้างภาษี ร่างกฎหมายนี้อาจปูทางไปสู่การลดภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Capital Gains Tax) เช่น บิทคอยน์ และ อีเธอร์ จากเดิมที่เก็บในอัตราก้าวหน้าสูงสุดถึง 55% ให้ลดลงมาเหลืออัตราคงที่เพียง 20% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับการจัดเก็บภาษีหุ้นและพันธบัตรในปัจจุบัน โดยคาดว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีนี้จะมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2571

ข้อมูลจากบันทึกของทางราชการแสดงให้เห็นว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการกิจการการเงินเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569 แม้ว่าหน้าเว็บไซต์ติดตามสถานะกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรจะยังไม่ได้อัปเดตผลการลงมติในที่ประชุมใหญ่ ณ เวลาที่รายงานข่าวก็ตาม

สถานะของร่างกฎหมายบนเว็บไซต์ของสภาผู้แทนราษฎร แหล่งที่มา: สภาผู้แทนราษฎรแห่งประเทศญี่ปุ่น
การเปลี่ยนผ่านสู่กรอบตลาดการเงินเต็มรูปแบบ

ความคืบหน้าในรัฐสภาครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่มีสัญญาณเชิงบวกมาหลายเดือนว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเตรียมปรับเปลี่ยนระบบการจัดการคริปโทเคอร์เรนซี จากเดิมที่เน้นควบคุมในมิติของระบบการชำระเงิน ให้ก้าวเข้าสู่กรอบของตลาดการเงินและการลงทุนอย่างเต็มตัว

ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 สื่อชั้นนำอย่าง อาซาฮี ชิมบุน ได้รายงานว่า สำนักงานบริการทางการเงินแห่งประเทศญี่ปุ่น (FSA) ได้ตัดสินใจที่จะนำพระราชบัญญัติเครื่องมือทางการเงินและตลาดหลักทรัพย์ มาบังคับใช้กับคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งครอบคลุมถึง บิทคอยน์ อีเธอร์ และโทเคนอื่นๆ ที่มีการซื้อขายผ่านกระดานเทรดภายในประเทศ

นอกจากนี้ ข้อมูลจากเอกสารของสำนักงานบริการทางการเงินเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ได้ระบุชี้ชัดว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นการย้ายกฎเกณฑ์การทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ออกจากพระราชบัญญัติบริการการชำระเงินเดิม ไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพระราชบัญญัติเครื่องมือทางการเงินและตลาดหลักทรัพย์แทน

หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะปฏิบัติต่อคริปโทเคอร์เรนซีในฐานะผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่แยกส่วนจากหลักทรัพย์ทั่วไป พร้อมทั้งเตรียมบังคับใช้ข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูล การยกระดับการตรวจสอบศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนให้เข้มงวดขึ้น การกำหนดข้อห้ามเรื่องการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลวงใน (Insider Trading) และการเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ภายใต้กรอบการทำงานใหม่ ผู้ประกอบธุรกิจธุรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีจะมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ตนให้บริการอย่างโปร่งใส ในขณะที่ผู้ออกสินทรัพย์บางประเภทจะต้องเผชิญกับข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลที่เข้มงวด เมื่อมีการเสนอขาย หรือการกระจายสินทรัพย์ในตลาดรอง

ทั้งนี้สำนักข่าวบลูมเบิร์กประเมินว่า การปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างระดับนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นการเปิดประตูให้กับการจัดตั้งกองทุน ETF ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของคริปโทเคอร์เรนซีในญี่ปุ่น ซึ่งจะมอบเส้นทางสายใหม่ที่ถูกกฎหมายและได้รับการรับรอง ให้นักลงทุนท้องถิ่นสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการพึ่งพากระดานเทรด หรือการลงทุนผ่านบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองโทเคนเพียงอย่างเดียว