ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1.5 พันล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 3 ปีของ บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TIPH) ระดับ “AA” โดยบริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ไปใช้ในการชำระคืนหนี้และขยายธุรกิจ ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรของ TIPH และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “AA” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) โดยอันดับเครดิตของ TIPH สะท้อนถึงสถานะของบริษัทในฐานะบริษัทโฮลดิ้งของ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (TIP) และเงินลงทุนอื่น ๆ ภายใต้กลุ่ม TIPH (TIPH Group)
อนึ่ง TIPH เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่มีการดำเนินกิจการ (Non-Operating Holding Company – NOHC) แต่เป็นบริษัทที่อาศัยเงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทในกลุ่มเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการชำระหนี้ของบริษัท อันดับเครดิตของ TIPH จึงได้รับการจัดอันดับต่ำกว่าความเสี่ยงด้านเครดิตของกลุ่มธุรกิจ (Group Credit Profile – GCP) ของกลุ่ม TIPH จำนวน 2 ขั้น (Two Notches) โดยสถานะเครดิตของกลุ่ม TIPH ได้รับการประเมินอยู่ที่ระดับ “aaa”
ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านเครดิตของกลุ่มธุรกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางเครดิตของกลุ่ม TIPH ซึ่งมี TIP เป็นบริษัทหลักและได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ “AAA/Stable” ทั้งนี้ สถานะเครดิตของกลุ่ม TIPH มีพื้นฐานสำคัญจากสถานะความเสี่ยงทางธุรกิจที่ดีเยี่ยม และสถานะความเสี่ยงทางการเงินที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ การประเมินดังกล่าวยังพิจารณาจากการกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็งและสถานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่งของ TIPH และ TIP ด้วย
ด้านความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของ TIPH อยู่ในระดับใกล้เคียงกับประมาณการของทริสเรทติ้ง โดยบริษัทรายงานกำไรสุทธิจำนวน 363 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2569 และจำนวน 1,025 ล้านบาทสำหรับปี 2568 ทั้งนี้ ผลการดําเนินงานการบริการประกันภัยได้กลับสู่ระดับปกติในไตรมาสแรกของปี 2569 หลังจากที่บริษัทมีการรับรู้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุภัยพิบัติขนาดใหญ่ในปี 2568 ขณะที่อัตราส่วนรวมสุทธิ (Net Combined Ratio)ในช่วงเวลาดังกล่าวยังคงอยู่ภายในกรอบประมาณการของทริสเรทติ้งที่ระดับ 93%-95% นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 14.8% ในไตรมาสแรกของปี 2569 จากระดับ 11.5% ในปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากผลการดําเนินงานการบริการประกันภัยที่กลับสู่ระดับปกติ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น
และอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ของ TIP อยู่ที่ระดับ 216% ณ ไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งต่ำกว่ากรอบประมาณการที่ระดับ 230%-250% เล็กน้อย เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลประจำปี ทั้งนี้ สภาพคล่องยังคงอยู่ในระดับเพียงพอ โดยอัตราส่วนความเพียงพอของสภาพคล่องตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อยู่ที่ระดับ 131% ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งสูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำที่ระดับ 100% ทั้งนี้ ภาระหนี้คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับปานกลาง โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของ TIPH หลังการออกหุ้นกู้จะยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 20%
สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) สะท้อนมุมมองของทริสเรทติ้งว่า TIPH จะยังคงเป็น NOHC ของ TIPH Group ซึ่ง TIPH จะยังคงอาศัยเงินปันผลจาก TIP ซึ่งเป็นบริษัทหลักของกลุ่ม ทริสเรทติ้งคาดว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มจะยังคงแข็งแกร่งจากสถานะความเสี่ยงทางธุรกิจที่ดีเยี่ยม ผลกำไรจากการรับประกันภัยที่ดี เงินกองทุนที่แข็งแกร่ง การบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบ รวมถึงสภาพคล่องที่เพียงพอ สำหรับเงินกองทุน ทริสเรทติ้งคาดว่า TIP จะรักษาอัตราส่วน CAR ให้อยู่เหนือระดับ 200% ได้อย่างต่อเนื่อง