สภาผู้แทนราษฎรลงมติเป็นเอกฉันท์รับหลักการร่าง พ.ร.บ. ก.ล.ต. ฉบับปรับโฉมใหม่ เปิดทางระดมทุนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเข้มบทลงโทษ ขณะที่ฝ่ายค้านจี้ใส่ "ธรรมาภิบาล" ทุกจุด เตือนโลกดิจิทัลขยับสินทรัพย์ข้ามพรมแดนได้ภายใน 5 นาที แต่กฎหมายไทยยังใช้เวลาเป็นปีกว่าจะนำคนผิดขึ้นศาล ด้านเลขาฯ ก.ล.ต. ยืนยันชัด กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่ แต่คือการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทยให้ทันยุค พร้อมให้คำมั่นปิดช่องว่างทางกฎหมายโดยพลัน
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณ รัฐสภา ซึ่งมีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่..) พ.ศ.... หรือที่รู้จักในชื่อ "ร่าง พ.ร.บ. ก.ล.ต." ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยมีสาระหลักเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้รองรับการออกหลักทรัพย์ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกำหนดบทโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ที่ประชุมลงมติรับหลักการด้วยเสียงเอกฉันท์ 455 เสียง ก่อนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 25 คนเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายในชั้นต่อไป
ในการอภิปราย นายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่ไทยยังตามหลังนานาชาติอีกมาก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากมองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าตัวใหม่ที่ได้รับการ "ฉีดสเตียรอยด์" ตลาดก็จะไปไม่รอดหากขาดธรรมาภิบาลเป็นเข็มทิศ
นายจุติ ยกตัวเลขที่น่าสะดุดตาซึ่งชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันตลาดทุนไทยสามารถระดมทุนได้สูงถึง 6 ล้านล้านบาท มากกว่างบประมาณแผ่นดินต่อปี ขณะที่จีดีพีประเทศอยู่ที่ 16 ล้านล้านบาท แต่มูลค่าหุ้นในตลาดทุนที่ ก.ล.ต. กำกับดูแลมีถึง 18 ล้านล้านบาท หากสามารถยกระดับธรรมาภิบาลของตลาดทุนได้อย่างจริงจัง ประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับนั้นมหาศาล รัฐบาลอาจไม่ต้องแบกภาระขาดดุลปีละกว่า 7 แสนล้านบาท แต่สามารถหันมาใช้พลังตลาดทุนสร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาเศรษฐกิจแทนได้
ขณะที่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยรายนี้ย้ำหนักแน่นว่า สิ่งที่ร่างกฎหมายยังขาดอยู่คือการ "ใส่ธรรมาภิบาลในทุกจุด" เพื่อให้กลไกทางกฎหมายตามทันกลโกงทางดิจิทัล พร้อมนิยามชัดว่าธรรมาภิบาลไม่ใช่แค่จริยธรรมเชิงนามธรรม หากแต่เป็นตัวแปรที่อ่านออกมาเป็น "ต้นทุนการเงินที่แท้จริง" และเป็นแกนกลางที่ขับเคลื่อนตลาดทุนที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้นายจุติ เสนอแนะให้พิจารณาจัดตั้งศาลพิเศษสำหรับคดีที่สร้างความเสียหายสูงและมีผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง พร้อมเรียกร้องให้ "ติดเขี้ยวเล็บ" หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ป.ป.ช. ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ปปง. ให้มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพียงลงโทษปรับ แต่ต้องเอาตัวผู้กระทำผิดขึ้นศาลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ปล่อยให้กระบวนการยืดยาวเป็นปี
พร้อมกันนี้เขายังกล่าวอีกว่าในโลกเทคโนโลยีดิจิทัล การกดปุ่มย้ายสินทรัพย์ออกนอกประเทศใช้เวลาเพียง 5 นาที แต่กระบวนการยุติธรรมของไทยในคดีลักษณะนี้ใช้เวลาเร็วที่สุดถึง 13 เดือนกว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดขึ้นศาลได้
ด้านนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งปรับปรุงโครงสร้างกฎหมายหลักทรัพย์ให้รองรับการออกและทำธุรกรรมเกี่ยวกับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างครบวงจร พร้อมยืนยันว่าประโยชน์จะไม่จำกัดอยู่แค่รายใหญ่ หากแต่จะกระจายถึงผู้ระดมทุนขนาดเล็ก วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และประชาชนทั่วไปที่ต้องการเข้าถึงตลาดทุนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
นางพรอนงค์ อธิบายว่าร่างกฎหมายกำหนดให้หลักทรัพย์บางประเภทสามารถออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดย ก.ล.ต. จะเป็นผู้ประกาศกำหนดประเภท และจะพิจารณาจากความพร้อมของผู้มีส่วนได้เสียก่อน พร้อมเปิดรับฟังความเห็นก่อนออกกฎระดับรองที่เกี่ยวข้อง โดยในระยะแรกอาจเริ่มจากตราสารหนี้ซึ่งมีความพร้อมสูง การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนในวงกว้าง
"ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่การสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่ แต่ทำให้หลักทรัพย์ตามกฎหมายหลักทรัพย์ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือหน่วยลงทุน สามารถออกหรือทำธุรกรรมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยอยู่ภายใต้การกำกับของกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดทุนฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ไม่ว่าหลักทรัพย์นั้นจะอยู่ในรูปแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม และหากพบช่องว่างใดในกฎหมาย จะดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว" เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวทิ้งท้าย