xs
xsm
sm
md
lg

Xiaomi จากจุดพุ่งแรงสู่แรงกดดันใหม่ หลังราคาหุ้นลดลงกว่าครึ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



Xiaomi กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาดฮ่องกง หลังราคาหุ้นของบริษัทเคยพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงจากกระแสความสำเร็จของรถยนต์ไฟฟ้า SU7

หุ้นของ Xiaomi เคยซื้อขายต่ำกว่า 12 ดอลลาร์ฮ่องกง เป็นเวลาหลายปี ก่อนจะทะยานขึ้นไปแตะระดับมากกว่า 60 ดอลลาร์ฮ่องกง จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มองว่าบริษัทกำลังก้าวจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไปสู่ผู้เล่นรายสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 28 ดอลลาร์ฮ่องกง ทำให้เกิดคำถามว่า การเติบโตที่ตลาดคาดหวังไว้นั้นจะสามารถเกิดขึ้นได้จริงมากน้อยเพียงใด


SU7 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ Xiaomi

การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า SU7 ในปี 2024 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัท

รถรุ่นดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว มียอดสั่งซื้อจำนวนมาก และช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของ Xiaomi จากบริษัทสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นผู้ท้าชิงรายใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีน

ความสำเร็จของ SU7 ยังช่วยผลักดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน จนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา


แต่ตลาดเริ่มหันกลับมามองเรื่องกำไร

แม้ Xiaomi จะประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ตลาด EV แต่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนยังคงเผชิญการแข่งขันรุนแรง ทั้งจากสงครามราคา การแข่งขันด้านเทคโนโลยี และแรงกดดันด้านอัตรากำไร

รถ SUV รุ่นใหม่อย่าง YU7 สร้างกระแสได้ดีและมียอดจองถึง 289,000 คันภายใน 1 ชั่วโมงแรก แต่สิ่งที่นักลงทุนกำลังจับตาต่อจากนี้คือยอดส่งมอบจริงและความสามารถในการสร้างกำไรจากธุรกิจรถยนต์


ธุรกิจหลักยังคงเป็นสมาร์ทโฟน

แม้ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่รายได้หลักของ Xiaomi ยังคงมาจากธุรกิจสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะเดียวกัน ตลาดสมาร์ทโฟนจีนยังเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะหลังการกลับมาของ Huawei และการแข่งขันจากแบรนด์จีนรายอื่น

ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังที่เปลี่ยนไป

การปรับตัวขึ้นของหุ้น Xiaomi ในช่วงก่อนหน้านี้สะท้อนความคาดหวังว่า บริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตรอบใหม่จากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าได้สำเร็จ

แต่การปรับตัวลงของราคาหุ้นในช่วงหลัง แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนเริ่มหันกลับมาพิจารณาปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น ทั้งเรื่องการแข่งขัน ความสามารถในการทำกำไร และความยั่งยืนของการเติบโตในระยะยาว

อ้างอิง: Pandaily