“ซี.พี.แลนด์” สร้างความแข็งแกร่งธุรกิจอสังหารฯ วางเป้าทุ่ม 10,000 ล้านบาท ขยายพอร์ตโครงการตามโรดแมป 5 ปี ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จังหวัดใหญ่ ล้อไปกับเครือข่ายธุรกิจของเครือ CP ส่งต่อรายได้ ปี 70 กับแผนนำร่องเบื้องต้น 2 โครงการใหม่กว่า 2,000 ล้านบาท เผยแบรนด์โซลวานี ทั้งทำเล นครสวรรค์ และ พิษณุโลก ยอดขายดี เซอร์ไพรส์ ปากน้ำโพ ลูกค้าซื้อเงินสดสูงถึง 40% กำลังซื้อมี แต่ซ่อนอยู่ พร้อมชูประกันโครงสร้าง 10 ปี เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด
บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND
เป็นหนึ่งใน 8 เสาหลักธุรกิจภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริหารสินทรัพย์แบบครบวงจร ที่มีสินทรัพย์รวมกว่า 26,028.91 ล้านบาท ( ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567) ยังคงเดินหน้าในการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในธุรกิจโรงแรม ธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งโครงการแนวราบ คอนโดมิเนียม เป็นต้น โดยจะพัฒนาโครงการควบคู่ไปกับธุรกิจในเครือ เพื่อเชื่อมต่อในการบริการให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย
นายดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางการลงทุนของบริษัทฯจะยังคงให้น้ำหนักกับการพัฒนาโครงการแนวราบมากกว่าการเปิดโครงการคอนโดมิเนียม เนื่องจากการบริหารโครงการแนวราบจะมีความคล่องตัว สามารถเปิดการขายได้เป็นเฟสต่อเนื่อง ขณะที่โครงการคอนโดฯ ต้องเดินหน้าก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ใช้เงินทุนที่สูง ทั้งนี้ ในทิศทางแผน 5 ปีนั้น ทาง CP LAND วางเป้าจะลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ผ่านธุรกิจหลักของกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย ,กลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์ , กลุ่มธุรกิจโรงแรม , กลุ่มธุรกิจรีเทล ,กลุ่มธุรกิจพิเศษศูนย์ประชุม (Specialty)
ซึ่งในช่วงปลายปี 2569 และต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 บริษัทจะเปิดในเบื้องต้น 2 โครงการใหม่ พัฒนาในรูปแบบแนวราบ บนทำเลกรุงเทพโซนตะวันออก รวมมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
สำหรับเป้าหมายการรับรู้รายได้ในปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 800 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากโครงการแนวราบประมาณ 300 ล้านบาท และโครงการแนวสูงราว 500 ล้านบาท
“ในปีนี้ ซี.พี.แลนด์ ยังคงมีการลงทุน แต่กลยุทธ์หลัก คือ ตลาดแนวราบ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการบริหารความเสี่ยง ยิ่งในภาวะแบบนี้ การลงทุนต้องระมัดระวัง ขณะเดียวกัน การลงทุนจะต้องเชื่อมต่อกับธุรกิจหลักของเครือ เป็นการพัฒนาโครงการที่มีความเป็นมิกซ์ยูสมากขึ้น”
นายดำรงศักดิ์ กล่าวถึงการบริหารโครงการแนวราบที่มีอยู่ว่า ในปีที่ผ่านมาต่อเนื่องถึงปี 2569 บริษัทเปิด 4 โครงการใหม่ ในหัวเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองรอง มูลค่าประมาณ 4,710 ล้านบาท ได้แก่ โครงการแนวราบที่จังหวัดนครสวรรค์ และพิษณุโลก ภายใต้แบรนด์ “โซลวานี นครสวรรค์” (SOLVANI NAKHON SAWAN) และ“โซลวานี พิษณุโลก” (SOLVANI PHITSANULOK) และคอนโดฯ 2 โครงการ ในจังหวัดขอนแก่น ที่มีศักยภาพการเติบโตค่อนข้างสูง โดยมีคอนโดฯโลว์ไรส์ พัฒนาภายใต้แบรนด์ “โซ-แอนด์” (SOū&) และคอนโดฯไฮไลต์พัฒนาภายใต้แบรนด์ “รี–เน่”( RI–NÉ)
สำหรับภาพรวมตลาดแนวราบตามหัวเมืองหลัก พบว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย พฤติกรรมของคนที่กลับไปทำงานที่บ้านเกิดหรืออยู่ในพื้นที่มากขึ้น มีความต้องการในที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น ซึ่งรูปแบบการพัฒนาจะแตกต่างแล้วแต่ละทำเล หากเป็นสังคมเมืองที่มีข้อจำกัดด้านที่ดิน เช่น จังหวัดขอนแก่น เหมาะกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งจะตอบโจทย์ได้ดี แต่หากเป็นพื้นที่ภูมิภาคอื่นๆ โครงการแนวราบยังคงเป็นคำตอบหลักของผู้บริโภค
ในด้านการแบ่งเซกเมนต์ตลาดในต่างจังหวัด ปัจจุบันความต้องการส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มราคา 1-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจสูง มีปัญหาเรื่องการขอสินเชื่อและรายได้ที่ไม่เสถียร ด้วยเหตุนี้ CP LAND จึงปรับตลาดมาเน้นกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมในราคา 7-15 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าระดับผู้บริหารระดับกลางหรือนักธุรกิจที่มีฐานะมั่นคง ได้รับผลกระทบน้อยจากภาวะเศรษฐกิจ
“กลุ่มพรีเมียมที่เราเลือก คือประมาณ 7 ถึง 15 ล้านบาท พวกนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยกระทบเท่าไหร่ เพราะเป็นกลุ่ม Middle Management หรือนักธุรกิจที่สร้างตัวได้ระดับหนึ่งแล้ว มีรายได้ที่นิ่งแล้ว” นายดำรงศักดิ์กล่าว
ในประเด็นเรื่องสถานการณ์ผลกระทบจากราคาน้ำมัน กับต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นนั้น มีผลต่อเนื่องให้ต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้นราว 10-15% ผลักดันให้ราคาบ้านต้องปรับตัวสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในนโยบายของเรา จะไม่ไปลงแข่งขันด้านราคา แต่จะเน้นการสร้างความเชื่อมั่นผ่านแบรนด์และคุณภาพ โดยเฉพาะการชูจุดแข็งเรื่องการรับประกัน นานถึง 10 ปี ซึ่งครอบคลุมทั้งโครงสร้าง เฟรมกระจก ประตูหน้าต่าง ระบบไฟฟ้า และประปา เพื่อสร้างความต่างจากคู่แข่ง
“ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก จากเดิมที่นิยมสร้างบ้านเองบนที่ดินมรดก แต่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาเลือกซื้อบ้านในโครงการจัดสรร ที่สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่เซอร์ไพรส์ ลูกค้าในภาวะที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ คนจะซื้อเงินสดเยอะมาก โครงการ โซลวานี นครสวรรค์ ลูกค้าใช้เงินสดสูงถึงร้อยละ 40 ไม่น่าเชื่อว่าคนในต่างจังหวัดมีเงินเย็นในมือเยอะมาก แต่เขาไม่รู้ว่าจะเอาไปลงทุนอะไร การลงทุนในอสังหาฯ ที่ให้ผลตอบแทนจากการเช่า ประมาณร้อยละ 7-8 ต่อปี เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการฝากเงินที่ได้ดอกเบี้ยต่ำ” นายดำรงศักดิ์ กล่าว
ปัจจุบัน CP LAND มีโครงการกระจายอยู่ 22 จังหวัดทั่วประเทศ รวมกว่า 37 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยมีทั้งโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในขอนแก่น ซึ่งมียอดขายคอนโดไปแล้วกว่า 90% และเตรียมโอนในช่วงกลางปีนี้ ขณะที่ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น นครสวรรค์ และพิษณุโลก รวมถึงภาคใต้ในสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และแผนการขยายไปสู่ภูเก็ตในอนาคต
นายดำรงศักดิ์ กล่าวถึงอุปสรรคในการรขับเคลื่อนอุตฯอสังหาฯว่า ต้องมาพิจารณาในเรื่องความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพออนไลน์ อาชีพอิสระ ที่เรื่องรายได้ เป็นประเด็นที่สถาบันการเงินให้ความสำคัญ ทำให้ยอดโอนฯไม่เป็นไปตามเป้า จึงต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด หรือ “ยาแรง” มากกว่าแค่การลดหย่อนภาษีที่ดิน.