xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจเกาหลีใต้จับมือ Chainalysis กวาดล้างอาชญากรรมคริปโต - ไล่ล่าแฮกเกอร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง Chainalysis และสํานักงานตํารวจแห่งชาติเกาหลี ที่มา: Chainalysis
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้เดินหมากสำคัญ ยกระดับความร่วมมือกับ Chainalysis บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชนระดับโลก เซ็นสัญญา MOU ยกระดับขีดความสามารถทีมสืบสวน ปูพรมกวาดล้างอาชญากรรมคริปโทเคอร์เรนซีที่กำลังลุกลามอย่างหนัก ไม่เพียงแต่มุ่งเป้าสกัดกั้นภัยคุกคามระดับชาติจากแฮกเกอร์เกาหลีเหนือที่สร้างความเสียหายระดับหมื่นล้านบาท แต่ยังครอบคลุมถึงการคุ้มครองนักลงทุนรายย่อยจากการฉ้อโกงทุกรูปแบบ สะท้อนความพยายามในการอุดช่องโหว่ทางอาชญากรรมเศรษฐกิจยุคดิจิทัลอย่างเบ็ดเสร็จและเด็ดขาด

การขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของสินทรัพย์ดิจิทัลนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ที่หน่วยงานกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกต้องเผชิญ ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ (KNPA) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับ เชนนาลิซิส (Chainalysis) เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 เพื่อยกระดับและติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของเกาหลีใต้ ในการสืบสวนและรับมือกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในแรงผลักดันสำคัญเบื้องหลังข้อตกลงประวัติศาสตร์ฉบับนี้ คือความพยายามขั้นเด็ดขาดในการต่อกรกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งในปัจจุบันตำรวจเกาหลีใต้ถือเป็นกองกำลังด่านหน้าของโลกในการรับมือกับความท้าทายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ไรอัน ควอน ผู้อำนวยการประจำประเทศของเชนนาลิซิส ได้ให้สัมภาษณ์กับ คอยน์เทเลกราฟ โดยเน้นย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้ตีกรอบจำกัดอยู่เพียงการจัดการกับภัยคุกคามรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

ไรอัน ควอน ระบุอย่างชัดเจนว่า แม้การโจมตีที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือจะเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดในมิติความมั่นคงของชาติ แต่พันธกิจแกนกลางของความร่วมมือนี้คือการสร้างขีดความสามารถและวางรากฐานระดับสถาบันในระยะยาว เพื่อรับมือกับอาชญากรรมเศรษฐกิจยุคใหม่ในทุกมิติ

ขณะที่สถิติความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน ข้อมูลเชิงลึกชี้ว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว มูลค่าการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือพุ่งสูงถึง 578 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การเจาะระบบแพลตฟอร์ม เคลป์ ดาว (Kelp DAO) และ ดริฟต์ โปรโตคอล (Drift Protocol)

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานการวิจัยจาก คราวด์สไตรก์ (CrowdStrike) ยังเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีส่วนพัวพันกับรัฐบาลเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังความสูญเสียในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตที่พุ่งทะยานถึงร้อยละ 51 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงเนื้อหาการฝึกอบรมเชิงลึกที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับการปฏิบัติภารกิจจริงจากเชนนาลิซิส ควบคู่ไปกับโปรแกรมการรับรองวิทยฐานะทางวิชาชีพและการลงมือปฏิบัติการจริง ซึ่งทาง เชนนาลิซิส ชี้ให้เห็นว่า หากต้องการสืบสวนคดีทางการเงินที่ไร้พรมแดนเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่สืบสวนของเกาหลีใต้จำเป็นต้องมีเครื่องมือและศักยภาพในการมองเห็นภาพรวมของเส้นทางการไหลเวียนของเงินทุนผิดกฎหมายในระดับโลก

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เนื่องจากเชนนาลิซิส ได้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทีมสืบสวนของเกาหลีใต้มาเป็นเวลาหลายปี ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน ตำรวจกรุงโซลสามารถทลายเครือข่ายองค์กรแฮกเกอร์ข้ามชาติที่ก่อเหตุโจรกรรมทรัพย์สินมูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จ โดยจุดเริ่มต้นของการแกะรอยสืบสวนเริ่มต้นขึ้นในเกาหลีใต้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขยายผลติดตามเป้าหมายข้ามพรมแดนมาจนถึงประเทศไทย

นอกจากนี้ การลงนามในบันทึกความเข้าใจครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ทางการตำรวจเกาหลีใต้ได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมหลายหน่วยงาน ภายใต้ชื่อ "คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อการปราบปรามการฟอกเงิน" ซึ่งนำโดยกองกำกับการสืบสวนอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อกวาดล้างขบวนการฟอกเงินที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือโดยเฉพาะ ท่ามกลางกระแสการจัดระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก รวมถึงกรณีศึกษาล่าสุดที่ศาลในประเทศจีนได้พิจารณาให้ บิทคอยน์ ถือเป็นทรัพย์สินทางกฎหมายในคดีโจรกรรม ซึ่งความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นและเฉียบขาดมากขึ้นในโลกการเงินดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย