xs
xsm
sm
md
lg

IPO หุ้น SpaceX ทำพิษ!! ยอดความสนใจพุ่ง 4 เท่า ทุบตลาดเทค-คริปโตฯ ร่วงระนาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เขย่าขวัญนักลงทุนทั่วโลก เมื่อการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO ของ "สเปซเอ็กซ์" (SpaceX) ภายใต้การนำของ อีลอน มัสก์ กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในตลาดทุน หลังมียอดจองซื้อท่วมท้นสูงกว่าเป้าหมายถึง 4 เท่า ดึงดูดเม็ดเงินความต้องการจากนักลงทุนสถาบันไปมากกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าเป้าหมายระดมทุนที่ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างไม่เห็นฝุ่น ดันมูลค่าบริษัททะยานสู่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่าความร้อนแรงนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทุบตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและตลาดคริปโทเคอร์เรนซีจนทรุดหนัก นักวิเคราะห์ชั้นนำชี้ชัด นี่คือปรากฏการณ์ "Liquidity Squeeze" หรือภาวะขาดสภาพคล่องชั่วคราวจากการโยกย้ายเงินทุนครั้งประวัติศาสตร์เพื่อหลีกทางให้บิ๊กดีลแห่งทศวรรษ

ในแวดวงการเงินระดับโลก ไม่มีอะไรจะทรงอิทธิพลไปกว่าการเคลื่อนย้ายของทุนขนาดใหญ่ และนาทีนี้สปอตไลท์ทุกดวงกำลังจับจ้องไปที่การทำ IPO ของสเปซเอ็กซ์ (SPCX) ซึ่งคาดว่าจะมีการกำหนดราคาเสนอขายอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีนี้ และเริ่มเปิดซื้อขายในวันศุกร์ที่ราคา 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกระดานเทรดทั่วโลกทันที โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีถูกเทขายอย่างหนักจนมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) หายวับไปกับตากว่า 1.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ก็ดิ่งหัวลงอย่างน่าใจหาย นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของตลาดหมีรอบใหม่ แต่เป็นเพียงการปรับพอร์ตครั้งใหญ่เพื่อระดมทุนไปลุยศึก IPO ของสเปซเอ็กซ์

อันดรี เฟาซาน อัดซีมา หัวหน้าฝ่ายวิจัยจากสถาบันวิจัยบิทรู (Bitrue Research Institute) เปิดเผยกับคอยน์เทเลกราฟ (Cointelegraph) ว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของภาวะสภาพคล่องถูกเคลื่อนย้ายออกก่อนการเปิดตัวมหกรรม IPO ขนาดใหญ่ (Pre-Mega-IPO Liquidity Squeeze) การร่วงลงของตลาดหุ้นเทคและคริปโทเคอร์เรนซีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลกระทบโดยตรงทางภาษีสภาพคล่องจากการดีลประวัติศาสตร์ของสเปซเอ็กซ์ ความต้องการซื้อที่ล้นหลามจากกองทุนประเภทถือยาว (Long-only funds) ยืนยันว่ากระแสความตื่นตัวนั้นมีอยู่จริง และความตื่นตัวนี้เองที่กำลังดูดซับสภาพคล่องออกจากสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กัน โดยตลาดคริปโทเคอร์เรนซีได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยนักลงทุนรายย่อยและอ่อนไหวต่อกระแสข่าวในกลุ่มเทคโนโลยีค่อนข้างสูง

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง (ห้าวัน) ก่อนการเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX แหล่งที่มา: Barchart
เมื่อเจาะลึกถึงปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้นักลงทุนยอมทิ้งสินทรัพย์อื่นเพื่อมาต่อคิวซื้อหุ้นสเปซเอ็กซ์ พบว่าเรื่องราวการเติบโตของบริษัทผูกติดอยู่กับ "สตาร์ลิงก์" (Starlink) ธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นขุมทรัพย์หลักที่สร้างรายได้และกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำ

นอกจากนี้สเปซเอ็กซ์ยังได้นำเสนอโอกาสทางธุรกิจในตลาดปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) ที่พวกเขามองว่ามีมูลค่าสูงถึง 23 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต ซึ่งเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินได้อย่างดีเยี่ยม

กระแสดังกล่าวยังลามไปถึงสมรภูมิสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว บรรดากระดานเทรดระดับโลกไม่ว่าจะเป็น ไบแนนซ์ (Binance), คอยน์เบส (Coinbase), คราเคน (Kraken) และ บายบิต (Bybit) ต่างรีบกระโจนเข้ามาร่วมวงด้วยการเปิดตัวสัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุ (Pre-IPO Perpetual Futures) สำหรับหุ้นสเปซเอ็กซ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่อยากเก็งกำไรล่วงหน้า

ด้านซุนเยต เจน หัวหน้าฝ่ายสปอตและอนุพันธ์ของไบแนนซ์ ระบุว่า ความสนใจอย่างล้นหลามต่อผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานต้องการเข้าถึงตลาดหุ้นของบริษัทเอกชนชั้นนำที่มีมูลค่าสูง ผ่านรูปแบบผลิตภัณฑ์คริปโทเคอร์เรนซี โดยหลังจากเปิดตัวได้เพียง 18 วัน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายสะสมได้สูงถึง 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผู้ร่วมตลาดในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ไฮเปอร์ลิควิด (Hyperliquid) กระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) ก็มีความเคลื่อนไหวที่ดุเดือดไม่แพ้กัน โดยมีปริมาณการซื้อขายสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แม้ราคาของสัญญาอนุพันธ์สเปซเอ็กซ์ (Synthetic SpaceX Pre-IPO Perps) จะย่อตัวลงมาอยู่ที่ 157 ดอลลาร์สหรัฐ จากราคาเปิดตัวที่ 210 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ตัวเลขสถานะคงค้าง (Open Interest) ที่สูงกว่า 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บนแพลตฟอร์มไฮเปอร์ลิควิดเพียงแห่งเดียว ก็เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ว่า นักลงทุนในตลาดกำลังคาดหวังว่ามูลค่ารวมของสเปซเอ็กซ์อาจพุ่งทะยานไปแตะระดับ 1.97 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในท้ายที่สุด

ทั้งนี้ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในระยะสั้น เม็ดเงินจำนวนมหาศาลจะถูกดูดออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นเทคโนโลยีเพื่อไปกระจุกตัวอยู่กับไอคอนนวัตกรรมอย่างสเปซเอ็กซ์ แต่ในภาพระยะยาว นี่คือบทพิสูจน์ว่าเม็ดเงินในระบบทุนนิยมโลกยังคงพร้อมจะเคลื่อนย้ายไปยังสินทรัพย์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงเสมอ และเมื่อฝุ่นตลบจากการเปิดตัว IPO ครั้งนี้จางลง สภาพคล่องเหล่านี้ก็พร้อมที่จะไหลกลับคืนสู่ตลาดตามกลไกราคาอีกครั้ง