วงการสินทรัพย์ดิจิทัลเกาหลีใต้เผชิญแรงกระเพื่อมระลอกใหม่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังบุกเข้าตรวจค้นสำนักงานของ Bithumb อย่างสายฟ้าแลบ ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การขยายผลสืบสวน คิม บยอง-กี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิสระ ซึ่งกำลังเผชิญข้อกล่าวหาร้ายแรงเกี่ยวกับการใช้อิทธิพลและอำนาจทางการเมืองในทางมิชอบ เพื่อปูทางให้บุตรชายของตนเองได้เข้าทำงานในบริษัทคริปโทเคอร์เรนซีระดับท็อปของประเทศ ประเด็นเรื่องระบบอุปถัมภ์และการใช้เส้นสายถือเป็นชนวนเหตุทางการเมืองที่เปราะบางและพร้อมลุกลามในสังคมเกาหลีใต้ ท่ามกลางกระแสการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากภาคประชาชนที่เอือมระอากับการทุจริตของกลุ่มผู้มีอำนาจ
รายงานเจาะลึกจากสำนักข่าว News1 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุพิกัดชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ได้บุกเข้าตรวจค้นสำนักงานของ Bithumb เพื่อรวบรวมหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีที่ คิม บยอง-กี ถูกกล่าวหาว่าลุแก่อำนาจ โดยพบเบาะแสว่าเขาพยายามกดดันและแทรกแซงกระบวนการจ้างงานของศูนย์ซื้อขายบิทคอยน์และคริปโทเคอร์เรนซีหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Bithumb หรือแม้แต่ Dunamu (ดูนามู) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกระดานเทรดคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Upbit (อัปบิต) เพื่อเอื้อประโยชน์ให้คนในครอบครัว
ข้อมูลเชิงลึกจากการสอบสวนพบว่า บุตรชายของ สส. คิม ได้เข้าไปนั่งเก้าอี้ทำงานที่ Bithumb ในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 และปฏิบัติหน้าที่อยู่เป็นเวลาประมาณหกเดือน ขณะนี้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกำลังเร่งคลายปมว่า กระบวนการรับเข้าทำงานดังกล่าวมีวาระซ่อนเร้น แรงกดดันจากเบื้องบน หรือการมอบสิทธิพิเศษที่ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลองค์กรหรือไม่ เนื่องจากประเด็นการล็อกสเปกและการใช้อิทธิพลทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ถือเป็นแผลฉกรรจ์ที่สังคมเกาหลีใต้จับตาดูอย่างไม่กระพริบ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากบริบททางสังคมที่เคยบอบช้ำจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตของนักการเมืองและกลุ่มทุนระดับประเทศมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
ปมฉาวลุกลาม ขยายวงพ้นกรอบการจ้างงาน
ทีมสืบสวนได้เรียกตัว คิม บยอง-กี เข้าให้ปากคำแล้วหลายรอบ เพื่อชั่งน้ำหนักว่าพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าข่ายความผิดทางอาญาฐานแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการใช้ตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองหรือไม่ ทว่าข้อกล่าวหากลับทวีความซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อมีรายงานแฉว่า ในช่วงเวลาที่ สส. คิม ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการกิจการการเมืองของรัฐสภา ซึ่งมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายในการกำกับดูแลหน่วยงานด้านการเงินระดับชาติ เขาได้ตั้งคำถามจี้จุดและเพ่งเล็งไปที่ ดูนามู อย่างผิดสังเกตในระหว่างการประชุมรัฐสภา ส่งผลให้เกิดข้อกังขาตัวโตว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเกมการเมืองที่หวังผลเพื่อช่วยสนับสนุนบริษัทที่บุตรชายของตนทำงานอยู่หรือไม่
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวผู้บริหารระดับสูงจากศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีหลายแห่งมาสอบปากคำในฐานะพยาน และได้จัดหนักด้วยการบุกค้นพร้อมอายัดทรัพย์สินที่สำนักงานใหญ่ของ Bithumb รวมถึงอาคาร Bithumb Financial Tower มาแล้ว ต่อมาในเดือนเมษายน เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าสอบปากคำบุคคลแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ Bithumb เพิ่มเติมเพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมายและรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด
ไม่ใช่แค่ประเด็นฝากลูกเข้าทำงาน สส. คิม ยังเผชิญวิบากกรรมหนักจากการถูกสอบปากคำในเดือนเมษายนด้วยข้อกล่าวหาอื่นๆ อีกถึง 13 กระทง ครอบคลุมตั้งแต่ข้อสงสัยเรื่องการรับสินบนเพื่อแลกเปลี่ยนกับการเสนอชื่อทางการเมือง ไปจนถึงการแทรกแซงการโอนย้ายมหาวิทยาลัย แม้ทางการจะยังสงวนท่าทีเรื่องการออกหมายเรียกเพิ่มเติม แต่ในการเผชิญหน้ากับพนักงานสอบสวนเป็นครั้งที่หก สส. คิม ยังคงยืนกรานเสียงแข็งว่าตนเองบริสุทธิ์และพร้อมพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างในทุกข้อกล่าวหา
วิบากกรรม Bithumb ภายใต้การจับตาของหน่วยงานกำกับดูแล
ในขณะที่คดีอื้อฉาวทางการเมืองกำลังร้อนระอุ ฝั่ง Bithumb เองก็กำลังเผชิญกับมรสุมทางกฎหมายอย่างหนักหน่วงจากการถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้ ในประเด็นความหละหลวมด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ย้อนไปเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินได้สั่งเชือด Bithumb ด้วยโทษปรับสูงถึง 24.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พ่วงด้วยคำสั่งระงับการให้บริการบางส่วนเป็นเวลาหกเดือน
บทลงโทษขั้นเด็ดขาดนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเมื่อปี พ.ศ. 2568 ที่พบช่องโหว่ร้ายแรงในกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า (KYC) และการป้องกันการฟอกเงิน (AML) นำไปสู่การบังคับใช้มาตรการจำกัดการให้บริการ โดยเฉพาะการสั่งเบรกการรับลูกค้าใหม่เข้าสู่ระบบอย่างเด็ดขาด
ทว่าในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศาลเกาหลีใต้ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการบังคับใช้คำสั่งพักใบอนุญาตดังกล่าวเอาไว้ก่อน หลังจากที่ Bithumb ได้ยื่นอุทธรณ์งัดข้อกับมติของหน่วยงานกำกับดูแล ส่งผลให้การบังคับใช้บทลงโทษต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้กระบวนการพิจารณาคดีทางกฎหมายได้ดำเนินต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด