xs
xsm
sm
md
lg

ไทยขึ้นแท่นอันดับ 2 ใช้งาน AI โตเร็วสุดในโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไทยขึ้นแท่นประเทศที่มีอัตราการเติบโตด้านการนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้ทำงานเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากเกาหลีใต้ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ชี้แม้อัตราการเปิดรับและใช้งาน AI ในคนทำงานไทยจะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปัจจุบัน แต่อัตราการเติบโตเมื่อเทียบแบบปีต่อปีนั้นพุ่งทะยานสูงถึง 36.4% ทุบสถิติตื่นตัวสูงสะท้อนภาพคนไทยพร้อมนำเทคโนโลยีมาพลิกโฉมการทำงาน

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ ให้ข้อมูลในงาน Microsoft AI Tour Bangkok 2026 ว่าแม้ประเทศไทยมีอัตราการใช้งาน AI โดยรวมอยู่ที่ 12.4% แต่มีอัตราการเติบโตแบบปีต่อปีสูงถึง 36.4% ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านการใช้ AI เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เนื่องจากค่าเฉลี่ยการเติบโตของโลกคือ 17.8% เท่านั้น โดยกลุ่มคนทำงานด้านข้อมูลในประเทศไทย มีการใช้งาน AI สูงถึง 32% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 2 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น วิสัยทัศน์ของผู้นำไทยยังโดดเด่น พบว่าผู้บริหารในไทยมีความชัดเจนในการนำ AI มาใช้สูงถึง 51% เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 26%

"สิ่งที่เราได้เห็นในวันนี้ ตอกย้ำว่า AI คือพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ สร้างโอกาสใหม่ให้กับทั้งประเทศและสังคม และเปิดทางให้เรารับมือกับความท้าทายที่ก่อนหน้านี้อาจดูไกลเกินเอื้อม"

 นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ให้ข้อมูลอัตราการใช้งาน AI ในงาน Microsoft AI Tour Bangkok 2026
จากรายงาน Global AI Diffusion ฉบับล่าสุดของไมโครซอฟท์ พบว่าสัดส่วนการใช้งาน AI อย่างจริงจังในกลุ่มประชากรวัยทำงานทั่วไทย เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มาเป็น 12.4% ในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของสัดส่วนผู้ใช้ AI สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ตามหลังเพียงเกาหลีใต้ที่มีอัตราเติบโต 43.2% และนำหน้าญี่ปุ่นที่คิดเป็นอัตราเติบโต 34.1%

นอกจากนี้ ผลสำรวจ Work Trend Index 2026 ของไมโครซอฟท์ ยังตอกย้ำถึงอีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญในกลุ่มพนักงานองค์กรต่าง ๆ ในไทย โดยเผยว่าราว 32% ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจอยู่ในกลุ่ม “Frontier Professional” หรือผู้ใช้ AI ระดับสูง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% ถึงสองเท่า ขณะเดียวกัน ในมิติของภาวะผู้นำและทิศทางเชิงกลยุทธ์ 51% ของคนทำงานไทยมองว่าผู้นำในองค์กรของตนมีวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% ราว 2 เท่าเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 รายงานนี้สะท้อนถึงการตอบรับที่คึกคักและการตื่นตัวด้าน AI ในประเทศไทย

แม้ภาพรวมการใช้ AI ในไทยจะอยู่ที่ 17.8% แต่อัตราการเติบโตเมื่อเทียบแบบปีต่อปีนั้นพุ่งสูงถึง 36.4% ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านการใช้ AI เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
ไมโครซอฟท์มองว่าภาพรวมของตลาด AI ในประเทศไทย กำลังก้าวข้ามจากช่วงเวลาแห่งการทดลองใช้ ไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจอย่างแท้จริง สถานการณ์นี้สร้างโอกาสเติบโตได้อีกมหาศาล เพราะยังมีประชากรอีกกว่า 87.6% ทั้งในภาคการผลิต การเกษตร การแพทย์ และการศึกษา ที่ยังรอคอยการนำ AI เข้าไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงาน

"ยังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมาก เพราะประชากรอีก 87.6% เช่น คนในภาคการผลิต เกษตรกรรม บุคลากรทางการแพทย์ และภาคการศึกษา ยังไม่ได้เริ่มนำ AI เข้ามาใช้งานในชีวิตประจำวัน"

ยังมีประชากรอีกกว่า 87.6% ทั้งในภาคการผลิต การเกษตร การแพทย์ และการศึกษา ที่ยังรอคอยการนำ AI เข้าไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงาน
Microsoft AI Tour Bangkok 2026 นั้นเป็นงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย โดยไมโครซอฟท์เขื่อว่าเป็นงานที่ตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากหลายหน่วยงาน โดยไมโครซอฟท์ใช้เวที Microsoft AI Tour Bangkok 2026 ยกตัวอย่างองค์กรชั้นนำของไทย ที่กำลังยกระดับจากยุคดิจิทัลไปสู่การนำ AI มาเป็นวิถีการทำงานใหม่อย่างเต็มรูปแบบ เช่น ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank ที่เปิดตัวน้องจีนี่ เป็นผู้ช่วยเสียงหรือ Voice AI บน Mobile Banking รายแรกของประเทศ ที่สามารถโต้ตอบและแนะนำบริการได้ถึง 3 ภาษา (ไทย, อังกฤษ, จีน) เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า

นอกจากนี้ยังมีออโต้เอ็กซ์ (Auto X) ได้พลิกโฉมกระบวนการสำหรับลูกค้าใหม่ทั้งหมดให้เชื่อมโยงกับ AI อย่างสมบูรณ์แบบโดยเฉพาะการประเมินราคาหลักประกันผ่านรูปภาพ และเอสซีจีเคมีคอลส์ (SCG Chemicals) ที่ผลักดัน AI เข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้ทันท่วงที

งาน Microsoft AI Tour Bangkok 2026 ยังมีการแสดงนวัตกรรมล่าสุดจาก Build 2026 งานประชุมนักพัฒนาประจำปีที่มีไฮไลท์สำคัญคือ Microsoft Agent Platform ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Microsoft IQ เปิดโอกาสให้ทีมงานสร้างเอเจนต์อัจฉริยะใน GitHub เพื่อนำไปรันบน Microsoft Foundry และเรียกใช้งานผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Microsoft Teams และ Microsoft 365 ได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Windows ที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้นักพัฒนาสามารถเลือกใช้ชิป โมเดล หรือระบบคลาวด์ในการสร้างสรรค์เครื่องมือ AI ได้ตามความถนัด


สำหรับงาน Microsoft AI Tour Bangkok 2026 ถือเป็นเวทีล่าสุดหลังจากไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท) ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ของไทยระหว่างปี 2569-2571 การลงทุนนี้เกิดขึ้นหลังการพบปะระหว่าง "แบรด สมิธ" (Brad Smith) รองประธานและประธานบริษัท กับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อเดือนมีนาคม 69โดยการลงทุนนี้เคยถูกระบุว่าจะสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้มาตรฐานระดับโลก รองรับเทคโนโลยีพลังานสะอาด และการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ

ครั้งนั้นไมโครซอฟท์เชื่อว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง จะหมายถึงโอกาสครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจไทย ทั้ง SMEs และองค์กรใหญ่ ที่จะเข้าถึงบริการคลาวด์และ AI ได้เร็วขึ้น ราคาถูกลง และปลอดภัยยิ่งขึ้น ช่วยเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้แข่งขันกับภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ไมโครซอฟท์ยังมุ่งพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยวางแผนฝึกอบรมบุคลากรไทยกว่า 150,000 คนในด้านทักษะดิจิทัลและ AI ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง AI ในอาเซียน


ล่าสุด ไมโครซอฟท์และบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด มหาชน (SCBX) บริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ได้ประกาศขยายความร่วมมือเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI โดยที่ผ่านมา โครงการนี้ได้ทำการฝึกอบรมพนักงานของ SCBX ไปแล้วกว่า 15,171 คน ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจการยกระดับทักษะของคนไทยที่ไมโครซอฟท์ได้ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ

ตลอดช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ย้ำว่าโครงการเรือธงอย่าง Microsoft Elevate ได้ช่วยพัฒนาทักษะให้ผู้เรียนในประเทศไทยแล้วกว่า 780,000 คน ครอบคลุมทั้งบุคลากรในภาคการศึกษา องค์กรเพื่อสังคม และแรงงานไทยทั่วไป ทั้งยังมอบประกาศนียบัตรรับรองทักษะแล้วกว่า 350,000 ใบ ในปีงบประมาณ 2570 ที่จะถึงนี้.