'Synology' เปิดเกม Private AI ดัน DSM ใหม่เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะ เสริม ActiveProtect Manager 2.0 ใช้ AI ป้องกันไซเบอร์ บุกตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์
นายฟิลิป หว่อง ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Synology เปิดเผยในงานประกาศโรดแมปเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญที่ไทเป ไต้หวัน ว่า Synology กำลังเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการข้อมูลองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการเผยโฉมระบบปฏิบัติการ DiskStation Manager (DSM) เจเนอเรชันถัดไป พร้อมเปิดตัว ActiveProtect Manager 2.0 เวอร์ชันล่าสุดสำหรับอุปกรณ์ปกป้องข้อมูลประสิทธิภาพสูง เพื่อผลักดันให้องค์กรธุรกิจ รวมถึงองค์กรไทย สามารถก้าวเข้าสู่ยุค AI ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เชิงรุก (Cyber-Resiliency) มากขึ้น
นายฟิลิปกล่าวว่า ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบภัยคุกคามไซเบอร์ให้ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น จนองค์กรจำนวนมากอาจก้าวตามไม่ทัน ความท้าทายที่แท้จริงของการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่การควบคุมและรักษาอธิปไตยของข้อมูล (Data Control) ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญขององค์กรยุคใหม่ที่ต้องการใช้ AI โดยยังคงควบคุมข้อมูลสำคัญไว้ในมือของตนเอง
ดังนั้น Synology จึงมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มที่รองรับเทคโนโลยี AI ควบคู่กับระบบปกป้องข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเข้าถึงง่าย เพื่อให้องค์กรสามารถควบคุมข้อมูลของตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะในช่วงที่ข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ และการพึ่งพาคลาวด์สาธารณะเพียงอย่างเดียวอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว ต้นทุน และการควบคุมข้อมูลในระยะยาว
สำหรับทิศทางสำคัญของ Synology คือการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Private AI และการบริหารจัดการระบบระดับ Fleet-Scale ผ่าน DSM ยุคใหม่ โดยบริษัทกำลังเปลี่ยนผ่าน DSM จากเดิมที่เป็นระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage OS) ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะ (Intelligent Data Platform) เพื่อรองรับกระบวนการทำงานของ AI ภายในองค์กร (On-premises AI Workflows) ได้อย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ DSM เจเนอเรชันใหม่จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลดิบและบันทึกระบบ หรือ Log ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้ทันที โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว และไม่ทำให้องค์กรต้องผูกมัดกับต้นทุนจากผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะมากเกินไป ส่งผลให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้กับข้อมูลภายในได้อย่างปลอดภัยและยืดหยุ่นมากขึ้น
ในด้านการประยุกต์ใช้ AI ภายในองค์กรอย่างปลอดภัย สภาพแวดล้อมใหม่ของ DSM จะสามารถเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจและ Log ของระบบให้กลายเป็นฐานความรู้ส่วนตัว (Private Knowledge Base) สำหรับ AI โดยตรง พร้อมทั้งมี AI Assistant ในชุดโปรแกรม Synology Office เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานของผู้ใช้งานในองค์กร ขณะเดียวกัน ฟีเจอร์ DSM Agent จะเข้ามาช่วยจัดการงานระบบและวางกระบวนการทำงานอัตโนมัติ (Agentic Workflows)
นอกจากนี้ DSM Agent ยังสามารถทำงานร่วมกับ GPU Rack Servers และอุปกรณ์ AI ของ Synology เพื่อประมวลผลภายในองค์กร (Local Inference) โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลออกนอกองค์กร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวทาง Private AI เพราะช่วยให้องค์กรใช้ศักยภาพของ AI ได้เต็มที่ ขณะเดียวกันยังลดความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหล การละเมิดความเป็นส่วนตัว และข้อจำกัดด้านการกำกับดูแลข้อมูล
ในส่วนของการบริหารจัดการระบบขนาดใหญ่ Synology ได้พัฒนาฟีเจอร์ Cluster Manager เพื่อรวมศูนย์การจัดการระบบ Synology ทั้งหมดไว้ในหน้าจอเดียว โดยบริการจัดเก็บข้อมูลและแอปพลิเคชันจะถูกแยกส่วนในรูปแบบ Containerized Workloads เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการย้ายงานและบริหารระบบทั่วทั้งองค์กร
ขณะเดียวกัน Active Insight ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Mass Deployment ที่ช่วยให้การติดตั้งและตั้งค่าระบบในสภาพแวดล้อมที่กระจัดกระจายสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะองค์กรที่มีหลายสาขา หลายไซต์งาน หรือมีโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่กระจายตัว ซึ่งจำเป็นต้องมีเครื่องมือบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ เพื่อลดภาระของทีมไอทีและเพิ่มความคล่องตัวในการขยายระบบ
ด้านการควบคุมความปลอดภัย Synology ระบุว่า DSM เจเนอเรชันใหม่จะเพิ่มระบบควบคุมการเข้าถึงตามบทบาท (RBAC) ให้ละเอียดมากขึ้น พร้อมปรับปรุง Log Center ใหม่ เพื่อรวมศูนย์การตรวจสอบและรองรับการส่งออกข้อมูลไปยังแพลตฟอร์มสังเกตการณ์ (Observability Platforms) ชั้นนำ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการทดสอบเพื่อรับรองมาตรฐาน FIPS 140-3 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง สำหรับองค์กรที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับด้านการจัดซื้อจัดจ้างหรือกฎระเบียบที่เข้มงวด
นอกเหนือจาก DSM เจเนอเรชันถัดไป Synology ยังเปิดตัว ActiveProtect Manager 2.0 เพื่อยกระดับการปกป้องข้อมูลจากการสำรองและกู้คืนแบบเดิม ไปสู่การป้องกันภัยคุกคามเชิงรุกด้วย AI โดยระบบเวอร์ชันใหม่นี้ได้ขยายขีดความสามารถในการสำรองและกู้คืนข้อมูลไปยังแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กรที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมนำ AI เข้ามาช่วยตรวจจับภัยคุกคามล่วงหน้า
ActiveProtect Manager 2.0 รองรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลครอบคลุมทั้ง Azure Virtual Machines, Amazon EC2, Nutanix AHV, Proxmox VE และ Google Workspace โดยสามารถกู้คืนอินสแตนซ์ของ VM ข้ามแพลตฟอร์มได้ ไม่ว่าจะเป็นการกู้คืนไปยังคลาวด์ หรือกู้คืนกลับมายังระบบภายในองค์กร (On-premises)
นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการคัดลอกข้อมูลสำรองไปยัง Azure Blob Storage และการกู้คืนข้อมูลแบบคลาวด์สู่คลาวด์ (Cloud-to-Cloud) ตรงไปยังสภาพแวดล้อม VM ที่ใช้งานจริง ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการกู้คืนระบบ (RTO) และลดค่าใช้จ่ายในการกู้คืนข้อมูลได้อย่างมาก โดยเฉพาะในกรณีที่องค์กรต้องกลับมาให้บริการได้อย่างรวดเร็วหลังเกิดเหตุขัดข้อง การโจมตีทางไซเบอร์ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ระบบหยุดชะงัก
ในด้านความปลอดภัยเชิงรุก ActiveProtect Manager 2.0 จะเปลี่ยนแนวทางจากการกู้คืนข้อมูลแบบตั้งรับ ไปสู่การป้องกันเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผ่านเอนจินตรวจจับความผิดปกติ (Anomaly Detection Engine) ซึ่งใช้ Machine Learning วิเคราะห์ประวัติเวอร์ชันการสำรองข้อมูล เพื่อตรวจจับรูปแบบผิดปกติได้ทันที เช่น อัตราการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สูงเกินไป การลบข้อมูลจำนวนมาก หรือการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของค่าความสุ่มข้อมูล (Entropy Spikes) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการโจมตีทางไซเบอร์หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่
ขณะเดียวกัน ระบบยังออกแบบให้กู้คืนเฉพาะข้อมูลที่สะอาดและปลอดภัย โดยไฟล์ที่ได้รับผลกระทบจะถูกกักกัน (Quarantine) โดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้องค์กรนำข้อมูลที่ติดไวรัสหรือถูกโจมตีกลับมาใช้งานอีก ทั้งนี้ ระบบยังรองรับการผสานการทำงานกับโปรแกรมป้องกันไวรัสจากภายนอก (Third-party Antivirus) เพื่อสแกนหามัลแวร์เพิ่มเติม
นอกจากนี้ ActiveProtect Manager 2.0 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Auto Fallback ซึ่งสามารถย้อนกลับไปยังจุดสำรองข้อมูลล่าสุดที่ปลอดภัยและปราศจากช่องโหว่โดยอัตโนมัติ หากตรวจพบว่าจุดกู้คืนที่เลือกมีความเสี่ยงหรือติดไวรัส ส่งผลให้กระบวนการกู้คืนข้อมูลมีความปลอดภัยมากขึ้น และลดโอกาสที่องค์กรจะนำข้อมูลที่ปนเปื้อนกลับเข้าสู่ระบบโดยไม่รู้ตัว
สำหรับแผนการเปิดตัว Synology ระบุว่า ActiveProtect Manager 2.0 มีกำหนดเปิดตัวและให้บริการอย่างเป็นทางการในไตรมาส 3 ปี 2569 ส่วนฟีเจอร์และนวัตกรรมต่างๆ ภายใต้โรดแมปของ DSM เจเนอเรชันถัดไป จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องผ่านการอัปเดต DSM เวอร์ชันใหม่ในระยะต่อไป