นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ระดับ 32.40-33.15 บาท/ดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.70-33.00 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้ (8มิ.ย.69)ที่ 32.82 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 32.61 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่องทดสอบโซนแนวต้าน 32.85 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.60-32.85 บาทต่อดอลลาร์) จากรายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด กอปรกับความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้ผู้เล่นในตลาดมั่นใจว่า FED อาจขึ้นดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง ในปีนี้
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรเตรียมรับมือความผันผวน จากพัฒนาการของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และ รายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ
สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) มีกำลังมากขึ้น นับตั้งแต่ตลาดรับรู้ รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED พอสมควร และตราบใดที่ การเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยังไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น เงินบาทเสี่ยงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อได้ โดยเฉพาะในจังหวะที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด จนทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ช่วงวันพุธนี้
อนึ่ง ความเสี่ยง Two-way Risk ที่เงินบาทพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังคงอยู่ และเรามองว่า ควรระวัง ความผันผวนในกรณีที่ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เร็ว แรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากทั้งการเข้าแทรกแซงของทางการญี่ปุ่น (และทางการสหรัฐฯ) รวมถึงภาวะปิดรับความเสี่ยงรุนแรงของตลาด เช่น การดิ่งลงหนักของบรรดาหุ้นเทคฯ แต่หากเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง อาจติดโซนแนวรับแรก 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (โซนแนวรับถัดไปแถว 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์) ขณะที่โซนแนวต้านจะอยู่ในช่วง 32.85 บาทต่อดอลลาร์ และมีโซนแนวต้านสำคัญแถว 33.00 บาทต่อดอลลาร์
ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นต่อได้ หากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI พุ่งสูงขึ้นกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED แต่เงินดอลลาร์พร้อมพลิกอ่อนค่าลง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีพัฒนาการดีขึ้น หรือ มีการเข้าแทรกแซงเงินเยนญี่ปุ่น (JPY)