xs
xsm
sm
md
lg

คาใจต้องลองอีกครั้ง BYD Sealion 5 DM-I ยิ่งรถติด ยิ่งดีกว่าเดิม 8.7 kWh/100 กม.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

หลังจากที่ทีมงานได้เข้าร่วมการแข่งขัน BYD Sealion 5 DM-I ในครั้งแรก ซึ่งได้ผลลัพธ์ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองจากการขับขี่ที่ 9.2 kWh/100 กม. หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อการเดินทาง 1 กม.ที่ราว 41 สตางค์ (จากค่าชาร์จไฟฟ้าที่บ้านที่ 4.5 บาท/หน่วย)


เรากลับมาขับอีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศ โดยมีสื่อมวลชนที่ใช้พลังงานต่ำที่สุดของแต่ละรอบ มาร่วมทดสอบกันอีกครั้ง โดยการขับขี่ครั้งนี้เป็นเส้นทางที่แตกต่างจากเดิม เริ่มต้นจากศูนย์ฝึกอบรม BYD Academy ย่านศรีนครินทร์ มุ่งหน้าสู่การจราจรติดขัดยิ่งขึ้น ทั้งแยกบางนา - แยกพระโขนง – ถนนพระรามสี่ - เยาวราช - ไอคอนสยาม –สาทร- One Bangkok - แยกวิทยุ - แยกปาร์คนายเลิศ - ถนนเพชรบุรี - ถนนพัฒนาการ – ถนนศรีนครินทร์ และ กลับสู่จุดปล่อยตัว ครอบคลุมระยะทางทั้งสิ้น 51 กิโลเมตร

ขณะที่การขับครั้งก่อน มีระยะทางทั้งสิ้น 53 กิโลเมตร เริ่มต้นจากศูนย์ฝึกอบรม BYD Academy ก่อนมุ่งหน้าสู่แยกลำสาลี ผ่านเดอะมอลล์บางกะปิ - ห้าแยกลาดพร้าว – สะพานควาย - อนุสาวรีย์ - สยาม - เพชรบุรีตัดใหม่ - เอกมัย – สุขุมวิท – อุดมสุข และ กลับสู่จุดปล่อยตัว ครอบคลุมระยะทางทั้งสิ้น 53 กิโลเมตร จะเห็นได้ว่าทุกจุดที่กล่าวมา ล้วนเป็นเส้นทางที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดระดับวิกฤตในกรุงเทพฯ


การขับขี่เริ่มต้นที่เวลาประมาณ 15.30 น. โดยช่วงแรกของการขับอุณหภูมิภายนอกร้อนพอสมควร เราเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 28 องศา ความแรงของพัดลมเบอร์ 1

ช่วงแรกของการขับรถยังไม่ติดมากเท่าไหร่ ความเร็วที่ขับได้อยู่ราว 40-60 กม./ชม. บนถนนบางนาและเมื่อเข้าสู่ถนนสุขุมวิท ก็ต้องเจอกับภาวะ ติดๆ หยุดๆ ขยับได้ตามสัญญาณไฟจราจร จนมาถึงเยาวราช เริ่มติดขัดหนักขึ้น และจุดที่ติดหนักที่สุดคือ หลังจากลงสะพานตากสินเข้าสู่ถนนสาทร เราจอดนิ่งสนิทราว 40 นาที ช่วงแยกเซนต์หลุยส์


อัตราการใช้พลังงานช่วงนี้อยู่ที่ราว 9.2-9.8 kWh/100 กม. ขยับอยู่ที่ตัวเลขประมาณนี้ตลอดการขับ


สิ่งสำคัญของเทคนิคในการขับให้ประหยัดแบบนี้คือ การออกตัวด้วยคันเร่งที่เบา และสภาพการจราจรที่ติดขัดทำให้รถเคลื่อนตัวช้า การใช้พลังงานจึงน้อย อันเป็นจุดเด่นของรถที่ใช้มอเตอร์ในการขับเคลื่อน ต้องไม่ลืมว่า มอเตอร์มีขนาดเหมาะสม จึงใช้พลังงานไม่สูงมาก โดยมีขนาดกำลัง 163 แรงม้า (เล็กกว่า Atto3 มีกำลัง 218 แรงม้า)

หลังจากหลุดจากถนนสาทรในช่วงเวลาหกโมงกว่าแล้ว ถือว่าทุกคนกำลังกลับบ้านรถบนถนนจึงหนาแน่นมาก โดยเฉพาะเส้นเพชรบุรีตัดใหม่ ที่ต้องขึ้นสะพาน อันเป็นช่วงที่รถใช้กำลังสูงกว่าปกติ แต่ถ้าขับช้าๆ ค่อยๆ ขึ้นจะกินไฟน้อยมาก ตรงกับสภาพการจราจรที่ค่อยๆ ขยับขึ้นไปด้วยความเร็วไม่ถึง 10 กม./ชม. หนึ่งในสาเหตุของความประหยัด รวมถึงเวลาที่รถลงจากสะพานจะได้รับพลังงานเพิ่มกลับมา แม้จะไม่มากเท่าตอนขึ้นแต่ยังดีที่ได้เพิ่มไม่ต้องเสียพลังงานนั่นเอง


ช่วงท้ายก่อนเข้าถึงจุดหมายปลายทางเราขับด้วยความเร็วราว 40-50 กม./ชม. ตามสภาพการจราจรของถนนศรีนครินทร์ช่วง 1 ทุ่ม โดยอัตราสิ้นเปลืองจากที่ระดับ 9.2 เริ่มดีขึ้นมาอยู่ที่ราว 8.8 kWh/100 กม. และเมื่อมาถึงสะพานข้ามถนนบางนา วนขึ้นและวนลง ตัวเลขขยับมาที่ 8.7 kWh/100 กม. เรียกว่าดีที่สุดของการขับในครั้งนี้ อย่างที่บอกไว้ว่า ตลอดการขับ 4 ชั่วโมง ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ระดับ 9.2-9.8 kWh/100 กม. (ที่เป็นแบบนี้เพราะเกิดจากการมีการคำนวณของการขับขี่ก่อนหน้าที่ไม่ใช่เส้นทางคราวนี้ด้วย)

สำหรับตัวเลขดังกล่าวนี้คือ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของการขับขี่ 50 กม.ล่าสุด โดยเป็นการคำนวณของระบบ และเมื่อไปดูที่ปริมาณไฟที่เหลือในแบตเตอรี่ จากจุดเริ่มต้นที่ 99% เหลือ 70% เท่ากับใช้ไฟฟ้าไปราว 29% หากคิดจากปริมาตรความจุแบตเตอรี่ 18.3 kWh นั่นหมายความว่า การเดินทางทั้งหมดใช้ไฟฟ้าไปราว 5.3 kWh กับการเดินทาง 51 กม. และเวลา 4 ชั่วโมงกว่า


ทั้งนี้ หากคำนวณค่าใช้จ่ายจาก 8.7 kWh/100 กม. จะได้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อการเดินทาง 1 กม.เท่ากับ 0.3915 บาท แต่หากคำนวณคร่าวๆ จากปริมาณไฟที่หายไปจากแบตเตอรี่ 5.3 kWh จะเท่ากับ 0.46 บาท/กม.

แม้ตัวเลขค่าใช้จ่ายต่อระยะทาง 1 กม. จะแตกต่างกัน จากการคำนวณคนละแบบ แต่ค่าใช้จ่ายระดับ ไม่ถึง 50 สตางค์ต่อกม. ยังไงก็เรียกว่าประหยัดมาก โดยเฉพาะเมื่อขับในช่วงเวลาที่รถติดหนักๆ ด้วย ส่วนสื่อมวลชนท่านอื่นๆ ได้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ระหว่าง 10.0(+-1) kWh/100 กม. ดังนั้นถือว่าตัวเลขไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะ ทุกคนสามารถขับได้อย่างประหยัดใกล้เคียงกัน


สรุป BYD Sealion 5 DM-I ขับแบบรถติด ยิ่งขับช้า ยิ่งประหยัด