xs
xsm
sm
md
lg

ทุนยักษ์วอลล์สตรีทขยับ! เจพีมอร์แกนจับมือซิตี้แบงก์ ผุดเครือข่ายเงินฝากโทเคนสกัดดาวรุ่งสเตเบิลคอยน์ดีเดย์ปี '70

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สมรภูมิการเงินเดือดระอุ เมื่อกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกานำโดย เจพีมอร์แกน เชส, แบงก์ออฟอเมริกา และซิตี้แบงก์ เตรียมเปิดตัวเครือข่ายเงินฝากแบบโทเคนในช่วงต้นปี 2570 ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนนัยสำคัญของการที่สถาบันการเงินดั้งเดิมกำลังตั้งรับและโต้กลับอิทธิพลของบริษัทผู้ออกสเตเบิลคอยน์ โครงการนี้ดำเนินการภายใต้ เดอะ เคลียริง เฮาส์ โดยมุ่งประสานระบบชำระเงินเดิมเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานคริปโต เพื่อตอบโจทย์การทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมท้าชนกฎหมายที่อาจเอื้อประโยชน์ให้ฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัล นับเป็นการประกาศกร้าวว่าระบบธนาคารจะรักษาฐานที่มั่นในตลาดทุนอย่างเต็มกำลัง

รายงานล่าสุดจากเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุชัดเจนว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เตรียมเปิดใช้งานเครือข่ายเงินฝากแบบโทเคนในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 การขยับตัวครั้งนี้คือยุทธศาสตร์การรับมือและรุกกลับกลุ่มบริษัทบล็อกเชนที่กำลังขยายอิทธิพลเข้าสู่อาณาจักรการเงินแบบดั้งเดิม เดวิด วัตสัน ซีอีโอของ เดอะ เคลียริง เฮาส์ ผู้ให้บริการระบบชำระเงินที่ถือหุ้นโดยกลุ่มธนาคาร เผยว่าเครือข่ายดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิมกับโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะทำให้เกิดการชำระดุลธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด

รายชื่อผู้ถือหุ้นร่วมของ เดอะ เคลียริง เฮาส์ ล้วนเป็นมหาอำนาจทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็น เจพีมอร์แกน เชส, แบงก์ออฟอเมริกา, ซิตี้แบงก์, บาร์เคลย์ส, บีเอ็นวาย และ เวลส์ ฟาร์โก แผนงานนี้สะท้อนความพยายามอย่างหนักของฝั่งธนาคารในการดึงเม็ดเงินฝากให้อยู่ในระบบที่ถูกควบคุมด้วยกฎระเบียบอย่างเข้มงวด พร้อมกับหยิบยืมจุดเด่นด้านความเร็วและความสามารถในการเขียนโปรแกรมคำสั่งควบคุมการทำธุรกรรม ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้สเตเบิลคอยน์ได้รับความนิยมอย่างสูงในแวดวงการชำระเงินและการบริหารเงินคลังขององค์กร

ลึกลงไปในสมรภูมิเชิงนโยบาย กลุ่มธนาคารสหรัฐฯ ได้พยายามรวมตัวกันต่อต้านร่างกฎหมายตลาดคริปโต ซึ่งอาจเปิดช่องให้ผู้ออกสเตเบิลคอยน์สามารถจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือครองได้ในลักษณะเดียวกับการจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ประเด็นนี้สอดคล้องกับท่าทีที่แข็งกร้าวของ เจมี ไดมอน ซีอีโอแห่งเจพีมอร์แกน ที่ได้กล่าวไว้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมว่า อุตสาหกรรมธนาคารจะต้องเดินหน้าต่อสู้กับร่างกฎหมายความชัดเจนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในเวอร์ชันปัจจุบัน พร้อมยืนกรานว่าหากบริษัทคริปโตต้องการเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทน ก็ควรต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารให้ถูกต้องตามกติกาเสียก่อน ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังการลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ของคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภา ทว่าร่างกฎหมายดังกล่าวยังคงต้องฝ่าด่านสภาคองเกรสทั้งสองสภา ก่อนจะถูกส่งขึ้นโต๊ะประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

The Clearing House คือธนาคารเจ้าของ ที่มา: TheClearingHouse.org
ด้านคาร์ล กริมสตาด ซีอีโอของ ลีเดียน ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัล วิเคราะห์ว่าความเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่ภาคธนาคารในครั้งนี้คือการตอบสนองต่อทิศทางของเม็ดเงินที่กำลังเปลี่ยนทาง การประกาศนี้เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ระบบการชำระดุลแบบตั้งโปรแกรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงกำลังทวีความสำคัญและกลายเป็นมาตรฐานใหม่ กริมสตาดชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจว่า แม้ธนาคารต่างๆ จะเคยทดลองทำโทเคนไนเซชันในระบบปิดมาตรการควบคุมมาบ้างแล้ว แต่เครือข่ายบล็อกเชนสาธารณะต่างหากที่สามารถจัดการชำระดุลมูลค่าในระดับโลกได้จริง คำถามใหญ่ที่วงการต้องประเมินต่อจากนี้คือ มูลค่ามหาศาลจะเคลื่อนย้ายข้ามผ่านระบบบัญชีแยกประเภทของธนาคาร เครือข่ายบล็อกเชนสาธารณะ และสินทรัพย์ดิจิทัลที่กระจัดกระจายอยู่นี้ได้อย่างไร

แรงกระเพื่อมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ทว่าผู้เล่นรายอื่นในวอลล์สตรีทต่างก็เร่งผลักดันโครงการโทเคนไนเซชันของตนเองอย่างจริงจัง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้จับมือกับแพลตฟอร์ม ซีเคียวริไทซ์ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายบนบล็อกเชน โดยเปิดให้มีการสร้างหลักทรัพย์และกองทุนแบบโทเคน และก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ เพิ่งให้การรับรอง แนสแด็ก เริ่มโครงการนำร่องรองรับการซื้อขายหุ้นและหลักทรัพย์ที่มีปริมาณธุรกรรมสูงในรูปแบบโทเคน ขณะเดียวกันในช่วงเดือนมกราคม บริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กอย่าง อินเตอร์คอนติเนนทัล เอ็กซ์เชนจ์ ก็ได้ประกาศแผนสร้างศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์โทเคนที่ออกแบบมาเพื่อการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง ชำระดุลทันที ขับเคลื่อนด้วยสเตเบิลคอยน์ และดำเนินการบนเครือข่ายบล็อกเชน

ข้ามมาที่ฝั่งเอเชีย กระทรวงเศรษฐกิจและการเงินของเกาหลีใต้เพิ่งประกาศโครงการนำร่อง นำเงินฝากโทเคนมาใช้สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณการดำเนินงานของรัฐบาล โดยมีกำหนดการเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในช่วงไตรมาสที่สี่ของปี 2569 นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนว่ากระแสการผสมผสานสกุลเงินเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังก่อตัวเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบการเงินโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการ บิทคอยน์ และตลาดคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมด ที่ต้องจับตาดูกระบวนทัพของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด