xs
xsm
sm
md
lg

ภาคประชาชนยุติร่วมคณะทำงานพลังงานชั่วคราว บี้รัฐปรับโครงสร้างราคาน้ำมันตามข้อเสนอ เผยยิ่งช้า ปชช.แบกภาระเพิ่มวันละ 1,000 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ปานเทพ” นำเครือข่ายภาคประชาชนปฏิรูปพลังงาน ประกาศยุติการเข้าร่วมประชุมคณะทำงานพลังงานชั่วคราว กดดันภาครัฐแสดงความจริงใจเร่งปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน หลัง 2 เดือนไม่มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรม ยื่นหนังสือถึง ”เอกนัฏ” รมว.พลังงาน เรียกร้องให้เร่งผลักดันข้อเสนอที่คณะทำงานร่วมได้ข้อสรุปไว้ก่อนหน้านี้ ห่วงการตั้งคณะอนุ กก.ภายใต้ กบง. จะทำให้กระบวนการยิ่งล่าช้าออกไป ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าพลังงานที่สูงขึ้นวันละ 800-1,000 ล้านบาท

วันนี้(5มิ.ย.)เครือข่ายภาคประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย ประกาศยุติเข้าร่วมประชุมคณะทำงานร่วมภาครัฐและประชาชนเพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานเป็นการชั่วคราว พร้อมยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรียกร้องให้เร่งผลักดันข้อเสนอที่คณะทำงานร่วมได้ข้อสรุปไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ราคาหน้าโรงกลั่น ลดค่าการกลั่นและค่าการตลาด รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต้นทุนพลังงานที่เกี่ยวข้องกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย กล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณาข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานของเครือข่ายภาคประชาชนในช่วงเวลาที่ผ่านมา ภาคประชาชนได้ร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง 


โดยเฉพาะรายละเอียดการจัดเก็บและการชดเชยเงินจากน้ำมันแต่ละประเภท รวมถึงข้อมูลการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล B7 และ B20 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน ซึ่งเครือข่ายต้องการทราบว่ากองทุนน้ำมันนำเงินจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินเข้ากองทุนวันละเท่าใด และนำเงินไปชดเชยราคาน้ำมันดีเซลวันละเท่าใด รวมถึงต้องการให้มีการเปิดเผยราคาไบโอดีเซลและเอทานอลที่แท้จริงต่อสาธารณะ แต่ก็ไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนเนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อการคำนวณต้นทุนเชื้อเพลิงและโครงสร้างราคาน้ำมันโดยตรง

ดังนั้นการยุติเข้าร่วมประชุมคณะทำงานฯ ครั้งนี้เป็นการชั่วคราว หากกระทรวงพลังงานสามารถแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และเร่งรัดกระบวนการพิจารณาข้อเสนอให้ชัดเจน ก็พร้อมกลับเข้าร่วมกระบวนการหารืออีกครั้ง

ที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับคณะทำงานของกระทรวงพลังงานจนได้ข้อสรุปร่วมกันหลายประเด็น โดยเฉพาะข้อเสนอปรับโครงสร้างราคาน้ำมันที่อ้างอิงราคาตลาดโลกและลดภาระของผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี เครือข่ายตัดสินใจยุติการประชุมชั่วคราว คือการที่กระทรวงพลังงานมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อศึกษาประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม ซึ่งทางเครือข่ายฯมองว่าข้อเสนอของคณะทำงานเดิมมีความพร้อมเพียงพอที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ กบง. ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มเติม เพราะจะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไป ที่สำคัญไม่มีกรอบเวลา เพราะที่ผ่านมาเรื่องนี้ก็ล่าช้ามาแล้วเกือบ 2 เดือน ประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้นวันละประมาณ 800-1,000 ล้านบาท

จากผลการศึกษาของคณะทำงาน หากมีการปรับโครงสร้างราคาตามข้อเสนอ จะสามารถลดราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ลงได้ประมาณ 8 บาทต่อลิตร และลดราคาน้ำมันเบนซิน 95 ได้สูงสุดถึง 18 บาทต่อลิตร เมื่อเทียบกับต้นทุนอ้างอิงที่เหมาะสมนั่นหมายถึงภาระของประชาชนที่ลดลงมหาศาล

แม้ว่ากระทรวงพลังงานจะขอเวลาให้อนุกรรมการฯศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมอีก 1 เดือน แต่ในมุมมองของภาคประชาชน เรื่องดังกล่าวควรใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน เนื่องจากเป็นการคำนวณตามสูตรราคาและข้อมูลตลาดโลกที่มีอยู่แล้ว


นางสาวรสนา โตสิตระกูล นักเคลื่อนไหวด้านพลังงาน กล่าวว่า สิ่งที่ภาคประชาชนเรียกร้องมาตลอดคือความโปร่งใสในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะข้อมูลการชดเชยและการจัดเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันแต่ละประเภท ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าการไม่เปิดเผยราคาไบโอดีเซลและเอทานอลในบางช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนไม่สามารถเห็นต้นทุนที่แท้จริงของเชื้อเพลิงได้ ส่งผลให้กองทุนน้ำมันถูกมองว่าเป็นเครื่องมืออำพรางโครงสร้างราคาพลังงาน มากกว่าการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค

การยุติเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ไม่ใช่การถอนตัวหรือปฏิเสธการทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน แต่เป็นการส่งสัญญาณให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินงานและแสดงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

เนื่องจากคณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นก่อนหน้านี้ไม่มีอำนาจตัดสินใจตามกฎหมาย มีหน้าที่เพียงเสนอข้อคิดเห็นต่อรัฐมนตรีเท่านั้น ขณะที่อำนาจในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันยังอยู่ที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงต้องการให้ข้อเสนอที่ได้ข้อสรุปร่วมกันแล้วถูกนำไปสู่การพิจารณาและตัดสินใจโดยเร็ว


นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนรับหนังสือข้อเสนอจากเครือข่ายภาคประชาชน กล่าวว่า หลังจากที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณาข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานกับเครือข่ายภาคประชาชน ไม่ว่าเรื่องการทบทวนสูตรการคำนวนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง, ค่าการกลั่น หรือ ค่าการตลาด ซึ่งมีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นระหว่างกัน เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพและเห็นผลอย่างรวดเร็ว จึงได้สั่งการให้ตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการบริหารโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ข้อเรียกร้องต่างๆ อย่างละเอียด ก่อนดำเนินการปรับแก้โครงสร้างจริง

คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการบริหารโยบายพลังงาน มีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน และยังได้มีการเชิญนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่านที่มีความเป็นกลาง เข้าร่วม ประกอบด้วย รศ.เจษฎ์ โทณะวานิช นายภาณุรัช ดำรงไทย และนางสาวอารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม เบื้องต้น คณะอนุกรรมการฯกำหนดกรอบเวลาศึกษาและพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ภายใน 1 เดือน

ส่วนผลการดำเนินงานตั้งแต่เกิดเหตุสงครามสหรัฐและอิสราเอลกับ อิหร่าน ก็ได้สั่งการให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อช่วยเหลือประชาชนคิดเป็นเงินเกือบ 1 หมื่นล้านบาท และเดินหน้าประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อเร่งรัดดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่มผู้ประกอบการที่มีพฤติกรรมกักตุนสินค้าพลังงานอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเบิกจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยมิชอบและสร้างความเสียหายต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง