นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(5มิ.ย.69)ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”
จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.55-32.80 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 32.58-32.69 บาทต่อดอลลาร์) จากอานิสงส์แนวโน้มความตึงเครียดของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจทยอยลดลง หลังทางการอิสราเอลกับทางการเลบานอน ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง จากการเจรจาที่กรุง Washington ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่ความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดยังคงต้องระวังความผันผวนสูงในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยผู้เล่นในตลาดอาจไม่ได้กังวลใจมากนัก แม้ยอดการจ้างงานฯ ของสหรัฐฯ จะออกมาต่ำกว่าคาด หรืออยู่ในระดับต่ำ ตราบใดที่อัตราการว่างงานไม่ได้เร่งตัวสูงขึ้น เนื่องจาก งานวิจัยล่าสุดของ FED ได้สะท้อนว่า ยอดการจ้างงานฯ ของสหรัฐฯ อาจอยู่ในระดับต่ำ ใกล้ “0” (Near-Zero Break-even Job Growth) โดยไม่ได้ทำให้อัตราการว่างงานเร่งตัวสูงขึ้น จากผลของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงาน (Aging Society และนโยบายผู้อพยพของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นต้น) ทำให้ผู้เล่นในตลาดอาจไม่ได้ปรับลดความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED มากนัก หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น หรือยังไม่เห็นความคืบหน้ามากขึ้นของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งเราประเมินว่า จะทำให้ เงินดอลลาร์อาจไม่ได้อ่อนค่าลงมากนัก เมื่อเทียบกับในอดีต ที่หากยอดการจ้างงานฯ ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด จะสร้างแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ได้พอควร โดยในกรณีนี้ เรามองว่า เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่ก็อาจติดแถวโซน 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ หลังรับรู้ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ
ในทางกลับกัน หากยอดการจ้างงานฯ ของสหรัฐฯ และรายงานข้อมูลตลาดแรงงานอื่นๆ ออกมาดีกว่าคาดชัดเจน อาจเป็นปัจจัยที่สร้างแรงหนุนต่อเงินดอลลาร์เพิ่มเติม สะท้อนจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่อาจปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยเฉพาะในกรณีที่ หากการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ไม่มีความคืบหน้ามากขึ้นจากปัจจุบัน ทำให้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงทดสอบโซน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก แต่หากการเจรจาหยุดยิงมีความคืบหน้ามากขึ้น เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัด และมีความเป็นไปได้ว่า ตลาดอาจให้น้ำหนักกับปัจจัยสงครามในตะวันออกกลางมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินบาทมีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น ตอบรับข่าวดีของการเจรจาหยุดยิง แม้ยอดการจ้างงานฯ ของสหรัฐฯ จะออกมาดีกว่าคาดก็ตาม
ทั้งนี้ เราประเมินว่า ไม่ว่าเงินดอลลาร์จะได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากปัจจัยสงคราม หรือข้อมูลตลาดแรงงาน แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์อาจเป็นไปอย่างจำกัด หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ได้อ่อนค่าลงทดสอบโซน 160 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง ทำให้ผู้เล่นในตลาดอาจยังคงกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น ซึ่งอาจช่วยจำกัดหรือชะลอการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน อาจช่วยชะลอหรือจำกัดการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ได้บ้าง