ความเคลื่อนไหวล่าสุดของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตอันดับหนึ่งของโลกอย่าง "ไบแนนซ์" สะเทือนวงการอีกครั้ง หลังประกาศยุติการสนับสนุนบริการสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท NFT บนกระดานเทรดหลัก โดยบีบให้นักลงทุนย้ายไปบริหารจัดการผ่านวอลเล็ตส่วนตัวแทนภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ท่าทีดังกล่าวไม่ใช่แค่การปรับโครงสร้างระบบธรรมดา แต่เป็นสัญญาณตอกย้ำภาวะซบเซาอย่างหนักของตลาด NFT ที่ร่วงหล่นจากจุดสูงสุด ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ของกระดานเทรดระดับโลกที่เริ่มหันหลังให้งานศิลปะดิจิทัล และเตรียมหันเหทรัพยากรไปมุ่งเน้นนวัตกรรมที่จับต้องได้อย่างสินทรัพย์โทเคนแทน
ไบแนนซ์ แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตยักษ์ใหญ่ ออกแถลงการณ์เตรียมยุติการสนับสนุนการซื้อขายและจัดการโทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ หรือ NFT บนกระดานเทรดหลักของบริษัท โดยระบบการจัดการทั้งหมดจะถูกโอนย้ายไปยังไบแนนซ์ วอลเล็ต ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบดูแลด้วยตนเองแทน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทางไบแนนซ์ระบุเหตุผลว่าเพื่อเปิดทางให้ผู้ถือครอง NFT สามารถเข้าถึงระบบเว็บทรีและฟีเจอร์แบบกระจายศูนย์ได้สะดวกและเป็นอิสระมากยิ่งขึ้น
นักลงทุนและผู้ถือครอง NFT จะมีเวลาจนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ในการถอนสินทรัพย์ที่สามารถโอนย้ายได้ออกจากแพลตฟอร์มหลัก ก่อนที่ระบบจะปิดตัวลงและไม่สามารถเข้าถึงได้อีก ส่วนในกรณีของ NFT แบบไม่สามารถโอนย้ายได้ซึ่งถูกออกแบบมาให้ผูกติดกับบัญชี ทางสถาบันไบแนนซ์ อะคาเดมี จะรับผิดชอบออกใบรับรองการผ่านหลักสูตรในรูปแบบไฟล์ PDF ให้เพื่อเป็นหลักฐานแทน
การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนหลายแห่งกำลังทยอยลดบทบาทและยุติการสนับสนุนตลาด NFT เพื่อปรับเข็มทิศองค์กรไปสู่เป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพมากกว่า เช่น การแปลงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงให้อยู่ในรูปของโทเคน โดยไบแนนซ์ถือเป็นผู้เล่นรายล่าสุดที่เดินตามรอยความเคลื่อนไหวลักษณะเดียวกันนี้ หลังจากกระดานเทรดอย่าง คราเคน ได้ประกาศปิดตลาด NFT ของตนเองไปก่อนแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ขณะที่ โอเพนซี ซึ่งเป็นตลาดซื้อขาย NFT ชั้นนำ ก็ได้ประกาศระงับการสนับสนุน NFT ที่อยู่บนเครือข่ายบีเอ็นบี สมาร์ท เชน ไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566
เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน ไบแนนซ์เตรียมออกมาตรการชดเชยค่าธรรมเนียมการถอน NFT เพื่อย้ายระบบ เป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ การชดเชยค่าธรรมเนียมการถอน NFT ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในคอลเล็กชัน CR7 และการชดเชยเฉพาะกลุ่มสำหรับ NFT ในคอลเล็กชัน CR7 ทางบริษัทระบุว่าจะคัดเลือกผู้ใช้งานสูงสุด 100,000 รายเพื่อรับสิทธิ์ดังกล่าว โดยผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินชดเชยจำนวน 1 USDC ต่อการถอน NFT ที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งยอดเงินจะถูกโอนเข้าสู่บัญชีสปอตของผู้ใช้งานภายในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสอดรับกับสภาวะถดถอยของภาคส่วน NFT ในภาพกว้าง ซึ่งประสบกับปัญหาซบเซามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน คอลเล็กชันระดับเรือธงของวงการยังคงไร้สัญญาณฟื้นตัวและไม่สามารถกลับไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้ในช่วงฤดูร้อนปี 2565 ได้
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์เอ็นเอฟทีไพรซ์ฟลอร์ ระบุตัวเลขที่น่าตกใจของ คริปโตพังก์ ซึ่งเป็นคอลเล็กชัน NFT ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุด ปัจจุบันมีราคาเสนอขายขั้นต่ำอยู่ที่ 30.9 ETH ร่วงลงอย่างหนักถึง 61 เปอร์เซ็นต์จากจุดสูงสุดที่ 80.9 ETH ในเดือนกรกฎาคม 2565 ขณะเดียวกัน คอลเล็กชันชื่อดังอย่าง บอร์ด เอป ยอตช์ คลับ ก็มีราคาขั้นต่ำร่วงหล่นลงมาอยู่ที่ 7.9 ETH หรือทรุดตัวลงกว่า 93 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดที่ 128 ETH ในเดือนพฤษภาคม 2565 สะท้อนให้เห็นถึงการหดตัวของเม็ดเงินเก็งกำไรอย่างรุนแรง ในขณะที่ตลาดสกุลเงินดิจิทัลหลักที่นำทัพโดยบิทคอยน์ ยังคงเดินหน้าและรักษาสถานะความน่าเชื่อถือไว้ได้ แต่ตลาดงานศิลปะดิจิทัลกลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งมา