บล.ทิสโก้ระบุจากกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศแผนปรับปรุงค่าธรรมเนียมบริการของธนาคารพาณิชย์ ครอบคลุม 19 รายการใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ค่าธรรมเนียมบัญชีเงินฝาก ค่าธรรมเนียมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ค่าธรรมเนียมธุรกรรมการชำระเงิน และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ SME โดยหลักเกณฑ์ใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะทยอยดำเนินการให้ครบถ้วนภายในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้นั้น
ในมุมมองของบล.ทิสโก้ประเมินว่า ผลกระทบน่าจะมีจำกัด แม้จะยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะประเมินผลกระทบเชิงปริมาณ (เนื่องจากไม่มีข้อมูลรายละเอียดโครงสร้างค่าธรรมเนียมและการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียม) แต่คาดว่าผลกระทบจะอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากอัตราค่าธรรมเนียมในหมวดหลักต่าง ๆ (เช่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรม) ได้ถูกปรับลดลงอย่างมาก และในบางกรณีแทบเป็นศูนย์ไปแล้วตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่น่าจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มกำไรของกลุ่มธนาคาร โดยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวในงานแถลงข่าวว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะกระทบรายได้ของทั้งกลุ่มธนาคารประมาณ 5 พันล้านบาท หรือราว 1-2% ของกำไรสุทธิของทั้งกลุ่ม
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กระจุกตัวอยู่ในบริการธุรกรรมธนาคารสำหรับลูกค้ารายย่อย ดังนั้น ธนาคารที่มีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มนี้สูงกว่าอาจได้รับผลกระทบมากกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินผลกระทบโดยตรง โดยหากใช้สัดส่วน CASA เป็นตัวแทน ธนาคารที่มีอัตราส่วน CASA สูงกว่าอาจได้รับผลกระทบมากกว่า แต่แม้แต่ธนาคารที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ก็ยังคาดว่าผลกระทบจะอยู่ในระดับจำกัด อาจอยู่เพียงตัวเลขในระดับ low single digits
รวมทั้งหลังจากมีการปรับลดค่าธรรมเนียมหลายครั้งในอดีต รายได้ค่าธรรมเนียมได้มีความสำคัญต่อรายได้รวมของธนาคารลดลง ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ย 17% ของรายได้รวม (FY25A) ลดลงจาก 23% ก่อนการเปิดตัวพร้อมเพย์
ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฟื้นตัวได้ดีในไตรมาส 1 ปี69 ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน ได้แก่ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง กองทุนรวม และนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่ารายได้ประเภทนี้จะยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 2 จากผลการดำเนินงานของตลาดที่ดีอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ผลกระทบจากการปรับลดค่าธรรมเนียมอาจไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ท่ามกลางผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธุรกิจค่าธรรมเนียมประเภทอื่น
บล.ทิสโก้ยังคงคำแนะนำ “NEUTRAL” ต่อกลุ่มธนาคาร อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงน่าจะช่วยพยุงราคาหุ้นของธนาคารส่วนใหญ่ได้ โดยธนาคารกรุงไทย(KTB) (กำไรแข็งแกร่งในปีนี้) และธนาคารทหารไทยธนชาต(TTB) (มีแหล่งรายได้ที่มั่นคงรองรับการจ่ายปันผล) เป็นหุ้นแนะนำ นอกจากนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับธนาคารกสิกรไทย (KBANK) (มีความมุ่งมั่นในการลดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) (การดำเนินงานในอาเซียนมีแนวโน้มดีขึ้น) ขณะที่ยังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับธนาคารกรุงเทพ(BBL) (ไม่มีอัพไซด์จากเงินปันผล)ธนาคารไทยพาณิชย์(SCB) (กำไรปีนี้ลดลงซึ่งจะกดดัน DPS) และกลุ่มธุรกิจการเกียรตินาคินภัทร(KKP) (มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับเหมาะสมแล้วหลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่แข็งแกร่ง)
ทั้งนี้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ KTB และ TTB โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 40.00 และ 2.60 บาท ตามลำดับ