บล.เอเซีย พลัส ชี้หุ้นโลกทำนิวไฮรับความหวังดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน เตือนบอนด์ยีลด์ไทยพุ่งรับ พ.ร.ก. กู้ 4 แสนล้าน ชูกลยุทธ์ลุยหุ้นเปิดเมือง WHA-MTC-CPN นำทีม
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นโลกกำลังเผชิญแรงกดดันและมีความผันผวนสูงขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่:สงครามตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้น: จากการปะทะใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งดึงประเทศที่ 3 อย่างคูเวตและบาห์เรนเข้าร่วมด้วย ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ขยับขึ้นจาก 92 เป็น 97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม เช้านี้ราคาน้ำมันย่อตัวลงราว 1% หลังสหรัฐฯ เผยว่าอิสราเอลและเลบานอนตกลงเงื่อนไขหยุดยิงได้เบื้องต้น
เงินเฟ้อโลกยังมีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของยุโรปเดือน พ.ค.พุ่งขึ้น +3.2% YoY ตามคาด ส่งผลให้ตลาดประเมินว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.25% ในการประชุมวันที่ 11 มิ.ย. นี้
สหรัฐฯ เตรียมงัดกำแพงภาษีใหม่: เตรียมเก็บภาษีนำเข้ากับ 60 ประเทศคู่ค้า (รวมไทย) ภายใต้กฎหมาย Section 301 โดยอ้างเหตุผลด้านการป้องกันแรงงานบังคับที่ไม่เพียงพอ ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงกดดันภาคการส่งออกของไทย
จับตา SPACEX ดูดสภาพคล่องหุ้น Growth - BROADCOM ร่วงแม้งบสวย อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในเดือนนี้คือ การเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัท SPACEX นำโดย Elon Musk ซึ่งกำหนดราคาเบื้องต้นที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น เตรียมระดมทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และจะทำให้บริษัทมีมูลค่าสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ (แซงหน้า TESLA) โดยเตรียมเข้าซื้อขายในวันที่ 12 มิ.ย. นี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ดีล IPO ประวัติศาสตร์นี้ ประกอบกับการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของ ECB และ BOJ ทำให้กองทุนต่างประเทศต้องดึงสภาพคล่องออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและกลุ่มเทคโนโลยี (Growth Stocks) เพื่อเตรียมปรับพอร์ต ส่งผลให้หุ้นกลุ่ม Magnificent 7 และหุ้นธีมอวกาศปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ หุ้นเทคโนโลยีอย่าง BROADCOM (AVGO US) แม้จะรายงานกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาดจากยอดขายชิป AI แต่รายได้ล่วงหน้ากลับต่ำกว่าคาด ทำให้อยู่ในแดนลบถึง -12% ในช่วง After-Hours
ฟันด์โฟลว์ทะลักหุ้นไทยเฉียดพันล้านเหรียญฯ สวนทางภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก ตลาดหุ้นไทยกลับได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) โดยมียอดเงินทุนไหลเข้าสะสมตั้งแต่ต้นปี (YTD) สูงกว่า 933.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย, เกาหลีใต้, อินเดีย และเวียดนาม ที่ถูกเทขายอย่างหนัก ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง (Dollar Index อ่อนค่า) จากการที่ ECB และ BOJ เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพและแข็งค่าขึ้น ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าไทย อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีความท้าทายจากปัญหาเงินเฟ้อที่อาจพุ่งตามราคาน้ำมัน และผลกระทบเชิงลบจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
กลยุทธ์การลงทุน เข้าสู่โหมด Fund Flow Rotation ชู BBL-BLA-GULF บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าเดือน มิ.ย. ตลาดโลกจะเข้าสู่โหมดการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุน (Fund Flow Rotation) โดยย้ายออกจากหุ้นกลุ่ม Growth ที่ไม่มีปันผล ไปสู่สินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพและให้ผลตอบแทนสูง ฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ต ดังนี้:
หุ้น Defensive (ปลอดภัย ทนความผันผวน): BDMS, BH, BGRIM, และ GULF
หุ้นปันผลสูง (Dividend): BBL, KTB, KBANK, SCB, และ ADVANC
หุ้นได้ประโยชน์จาก Bond Yield ระดับสูง: BLA และ TLI
โดยกำหนดให้หุ้น BBL, BLA และ GULF เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน
(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำหุ้นต่างประเทศผ่าน Global Gem ประจำวัน ได้แก่ UBTECH23 และ GSUS06)