xs
xsm
sm
md
lg

Unitree ดาวรุ่งหุ่นยนต์จีน เดินหน้า IPO ระดมทุนครั้งใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ยูนิทรี (Unitree Robotics) จากเมืองหางโจว ประเทศจีน กำลังกลายเป็นดาวเด่นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง ด้วยการยื่นไฟล์ IPO เพื่อระดมทุนกว่า 4.2 พันล้านหยวน (ประมาณ 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) บนกระดาน STAR Market ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ หลังผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแลเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ด้วยความเร็วที่สร้างสถิติใหม่ในเวลาเพียง 73 วัน นับเป็นหนึ่งในการเสนอขายหุ้น IPO เทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดของจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เส้นทางของ Unitree จากการพัฒนาในห้องทดลองขนาดเล็ก จนวันนี้สามารถทำยอดขายหุ่นยนต์ humanoid อันดับ 1 โลกนั้นน่าสนใจมาก Unitree ก่อตั้งโดย Wang Xingxing (หวัง ซิงซิง) วิศวกรหนุ่มที่เกิดในปี 1990 จากเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง ผู้ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็น "เด็กเรียนช้า" ในวิชาภาษาอังกฤษ แต่มีความชื่นชอบเรื่องหุ่นยนต์มากตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ G1 ของจีนที่ผลิตโดย Unitree Robotics ขณะจับมือกับผู้ชมในงานประชุม ImagiNxt ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026
จากเริ่มพัฒนา XDog หุ่นยนต์สี่ขาในระดับปริญญาโท Wang ลาออกจากงานที่ทำสั้นๆ กับ DJI เพื่อก่อตั้ง Unitree ในปี 2016 ด้วยทุนเริ่มต้นเพียงไม่กี่แสนหยวน

จุดเด่นของ Unitree คือการทำให้หุ่นยนต์ราคาถูกแต่ประสิทธิภาพสูง เริ่มจากหุ่นยนต์สุนัขสี่ขา Go1 และ Go2 ที่ขายดีทั่วโลก ก่อนพลิกโฉมสู่หุ่นยนต์ humanoid ด้วยรุ่น H1 และ G1 ราคาเริ่มต้นเพียง 85,000 หยวน (ราว 4 แสนบาทเศษ) ในปี 2024 ทำให้เป็นราคาที่เข้าถึงได้สำหรับสถาบันการศึกษาและธุรกิจขนาดกลาง





ในปี 2025 บริษัทส่งมอบหุ่นยนต์ humanoid มากกว่า 5,000 ตัว ครองส่วนแบ่งตลาดโลกประมาณ 1 ใน 3 (เป็น ตัวเลขคาดการณ์จากหนังสือชี้ชวน ไม่ใช่ตัวเลขยืนยันแล้วหลังจดทะเบียน) รายได้พุ่งทะยาน 1,699 ล้านหยวน หรือราว 250 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 335% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 278 ล้านหยวน หรือราว 41 ล้านดอลลาร์ ทำให้หุ่นยนต์ humanoid กลายเป็นหัวใจหลัก 51.5% ของรายได้ แซงหน้าหุ่นยนต์สี่ขาเป็นครั้งแรก

***จากจอแก้วสู่เวทีโลก

สิ่งที่ทำให้ Unitree โด่งดังในหมู่คนไทยและผู้บริโภคทั่วเอเชีย คือการแสดงหุ่นยนต์เต้นรำในงาน CCTV Spring Festival Gala ปี 2025 ซึ่งสร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโลก รวมถึงการที่หุ่นยนต์ของ Unitree เคยถูกนำไปโชว์โดยเจนเซ่น หวง (Jensen Huang) CEO ของ Nvidia บนเวทีสำคัญ ทำให้ภาพหุ่นยนต์ที่เคยเป็นของราคาแพง กลายเป็นเครื่องมือทำงานจริงจังในโรงงานและห้องแล็บ



ในส่วนแผนการใช้เงิน IPO และโอกาสสำหรับนักลงทุน ข้อมูลระบุว่า Unitree จะนำเงินที่ระดมทุนได้เกือบครึ่งหนึ่งไปพัฒนา AI model สำหรับหุ่นยนต์ ขณะเดียวกันก็จะสร้างโรงงานผลิตอัจฉริยะในเขต Binjiang หางโจว และพัฒนาผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์รุ่นใหม่ เป้าหมายระยะ 5 ปีคือผลิต humanoid หุ่นยนต์เสมือนคน 2 ขา 75,000 ตัวและ quadruped หุ่นยนต์ 4 ขา 115,000 ตัวต่อปี

มูลค่าตลาดของ Unitree นั้นถูกคาดการณ์ว่ามีมูลค่าอย่างน้อย 42,000 ล้านหยวน หรือราว 6,200 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Unitree กลายเป็นหนึ่งในหุ้นเทคโนโลยีดาวรุ่งที่นักลงทุนจีนและต่างชาติให้ความสนใจ โดยนักลงทุนชั้นนำอย่าง Meituan-backed group ได้ถือหุ้นใหญ่สุด 9.65% ตามด้วย Sequoia China, Tencent, Alibaba และ Ant Group ซึ่งชื่อบิ๊กเทคเหล่านี้ ล้วนแสดงถึงความเชื่อมั่นจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน



อย่างไรก็ตาม แม้ Unitree จะทำกำไรได้ สวนทางคู่แข่งบางรายที่ยังขาดทุน แต่บริษัทก็เผชิญความท้าทายเรื่องการผลิตและ supply chain ทั้งชิป Nvidia, การเมืองระหว่างประเทศ และการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้เล่นใหม่กว่า 100 รายในจีนเอง ซึ่งไม่ว่าอย่างไร ราคาที่ถูกลงอย่างต่อเนื่อง (จากเกือบ 600,000 หยวนเหลือราว 167,000 หยวนต่อตัว) และการควบคุมต้นทุนที่ดี Unitree ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้นำตลาดต่อไป

ที่สุดแล้ว การ IPO ครั้งนี้ ยังเป็นสัญญาณว่าหุ่นยนต์ humanoid กำลังก้าวจากห้องแล็บสู่ชีวิตจริงเร็วกว่าที่คิด จุดนี้ Wang Xingxing ก็เคยกล่าวว่าต้องการให้หุ่นยนต์ช่วยมนุษย์ในทุกด้านของชีวิต ไม่ใช่แค่โรงงาน แต่รวมถึงบ้านเรือนและฟาร์ม ซึ่งบริษัทหุ่นยนต์ตัวเล็กจากหางโจว อาจทำให้เกิดขึ้นจริงได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า.