นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(4มิ.ย.69)ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.59 บาทต่อดอลลาร์ (ระดับปิด ณ วันที่ 2 มิถุนายน) และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.60-32.80 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง และมีจังหวะอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.56-32.80 บาทต่อดอลลาร์) ในช่วงวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันหยุดของตลาดการเงินไทย ท่ามกลางความสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เริ่มกลับมาตึงเครียดมากขึ้นอีกครั้ง
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) และรายงานการปรับลดการจ้างงาน (Challenger Job Cuts) พร้อมทั้งรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED และธนาคารกลางยุโรป (ECB) และรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ส่วนแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
เรามองว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยมีโซนแนวต้านแถว 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับจะยังอยู่ในช่วง 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นชัดเจน จึงจะสามารถเห็นเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับดังกล่าวได้ โดยจะมีโซน 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นโซนแนวรับถัดไป
ทั้งนี้ เรามองว่า ในช่วงระยะสั้น หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มตึงเครียดมากขึ้น และการเจรจาหยุดยิงกลับไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม เงินดอลลาร์อาจยังพอได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าอยู่ โดยเฉพาะหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ ยังคงออกมาดีกว่าคาด ซึ่งจะทำให้ บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า FED ยังมีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง แน่นอนภายในต้นปี 2027 อย่างไรก็ดี เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์อาจเป็นไปอย่างจำกัด หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ได้ทยอยอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซน 160 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง ซึ่งเคยเป็นโซนที่ทางการญี่ปุ่นได้เข้ามาแทรกแซงค่าเงินในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ บรรดาผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่เร่งรีบปรับเพิ่มสถานะ Short JPY (มองเงินเยนอ่อนค่าลง) อย่างมีนัยสำคัญ และเราเริ่มเห็นสัญญาณการขายทำกำไร หรือปรับคำแนะนำให้ Take Profits Short JPY จากบรรดานักวิเคราะห์ต่างชาติ