xs
xsm
sm
md
lg

ธปท.จ่อคุมเข้ม BNPL ปลายปี 69 กู้ง่ายแบบไม่รู้ตัว ห่วงโต 100% ต่อปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ธปท. เตรียมออกเกณฑ์คุมเข้มสินเชื่อBNPL“ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” เดือนต.ค.-พ.ย.2569 นี้หลังพบข้อมูลยอดโตเฉียด100% ต่อปี คิดเป็นสินเชื่อเกือบ1.8 หมื่นล้านบาท ทำคนรุ่นใหม่หนี้เสียพุ่งเล็งห้ามผ่อนสินค้าชิ้นเล็ก-ของกิน แบบเป็นหนี้ไม่รู้ตัว

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปืดเผยว่า ธปท.เตรียมออกหลักเกณฑ์กำกับดูแลบริการสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์ประเภท Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” อย่างเป็นทางการ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสกัดกั้นพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกินตัว หลังพบข้อมูลเชิงสถิติน่ากังวลว่า คนรุ่นใหม่เสพติดการผ่อนชำระสินค้าฟุ่มเฟือยจนเป็นหนี้เสีย (NPL) ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยตั้งเป้าคลอดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนภายในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2569 นี้ โดยธปท. พบว่าระบบนิเวศของ BNPL ในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการเพิ่มจาก 620,000 บัญชีในปี 2564 มาอยู่ที่ 4.91 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2567 โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 99.9% ต่อปีโดยมูลค่าสินค้าและสินเชื่อ BNPL เติบโตเฉลี่ย 38% ต่อปี โดย ณ สิ้นปี 2567 มีมูลค่าสินเชื่อรวมสูงเกือบ 18,000 ล้านบาท

ปัจจุบันคนไทยเป็นหนี้สูงถึง 25.5 ล้านคน คิดเป็น 38% ของประชากร สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือกลุ่ม กลุ่มคนเพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobber) และนักศึกษา อายุ 20–35 ปี เป็นหนี้เร็วขึ้น โดยมีสัดส่วนถึง 52.7% เป็นหนี้ และในจำนวนนี้กลายเป็นหนี้เสีย (NPL) สูงที่สุดถึง 27% ซึ่งผู้ใช้บริการ BNPL ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้บริโภคอายุน้อยกว่า 30 ปีและกลุ่มรายได้น้อย

พฤติกรรม Buy Now ‘PAIN’ Later ที่มาจากการผ่อนไม่รู้ตัว เป็นพฤติกรรมเสี่ยงของผู้บริโภคในปัจจุบันที่สะท้อนว่าระบบและอินเตอร์เฟสของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น กดจ่ายแล้วกลายเป็นสินเชื่อแบบไม่รู้ตัว จากแพลตฟอร์มมักเปิดใช้ระบบวงเงินอัตโนมัติ (Opt-in) ทำให้ผู้บริโภคกดเลือกเพราะคิดว่าเป็นเพียงช่องทางการจ่ายเงินปกติ นอกจากนี้ยังใช้แล้วยากที่จะกลับไปจ่ายเต็มราคา เพราะมีการจัดโปรโมชั่น และออกแบบหน้าจอ (Interface) เอื้อให้กดจ่ายง่าย ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนในทันที ทำให้ตัดสินใจซื้อของง่ายขึ้น วินัยการเงินแย่ลง กระตุ้นการซื้อของฟุ่มเฟือย ยอดผ่อนต่อเดือนที่ต่ำทำให้ขาดความระมัดระวัง ตัวอย่างเช่น การผ่อนชานมไข่มุก ราคาแก้วละ 106 บาท หากเลือกผ่อน 2-3 เดือน ยอดผ่อนดูน้อย แต่หากผ่อนจ่ายระบบคิดอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 16.83%ต่อปีทำให้ต้องจ่าย 36.82 บาทต่อเดือน หรือหากผ่อน 2 เดือนคิดดอกเบี้ย 18.79% ต่อปี ทำให้ต้องจ่าย 54.66 บาทต่อเดือน โดยไม่ระบุอัตราดอกเบี้ยให้ผู้บริโภคเห็นชัดเจน

“กินข้าวมันไก่ จานละ 50 บาท กินเสร็จแล้วต้องผ่อนต่อไปอีก 3-4 เดือน ชีวิตเราคงไม่ควรต้องขนาดนั้น การปล่อยสินเชื่อให้สินค้าที่ไม่จำเป็นหรือไม่มีการแจ้งเตือนสิทธิ์ เป็นเรื่องที่แบงก์ชาติต้องเข้าไปดูแล ”นายวิทัย กล่าว

นายวิทัย กล่าวอีกว่า ธปท. ไม่ได้เข้าไปกำกับดูแลตัวแพลตฟอร์มออนไลน์โดยตรง แต่จะเข้าไปควบคุม บริษัทผู้ให้บริการสินเชื่อ” ที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม ซึ่งปัจจุบันแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มผู้ประกอบการ Digital P-Loan เป็น กลุ่มที่ใช้ใบอนุญาตจาก ธปท. โดยใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการวิเคราะห์ แม้วงเงินจะไม่เกิน 20,000 บาท ดอกเบี้ยไม่เกิน 25% แต่ยังขาดเกณฑ์คุมประเภทสินค้า และกลุ่มผู้ประกอบการให้สินเชื่อทั่วไป ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กลุ่มนี้อาศัยช่องว่างกฎหมายปล่อยกู้ ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ตามกฎหมายแพ่งฯ แต่มักไม่จำกัดวงเงิน และมีสัญญาร่วมกับผู้ผลิตในการหักส่วนลดจนผลตอบแทนจริงเกินเกณฑ์ ซึ่งเดิมที ธปท. แทบไม่ได้เข้าไปตรวจสอบกลุ่มนี้ต่อจากนี้ ไม่ว่าบริษัทจะใช้กฎหมายฉบับใด หากมีปลายทางเพื่อทำสินเชื่อ BNPL ซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ธปท. จะดึงเข้ามาอยู่ใต้การกำกับดูแลทั้งหมด

โดยธปท. มีแนวทางหลักเกณฑ์เบื้องต้น คือ วางกติกาเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ (Consumer Protection) จะมีคุณสมบัติผู้ใช้บริการ กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ที่จะสามารถเปิดวงเงินผ่อนชำระได้ เพื่อป้องกันเด็กหรือเยาวชนที่ยังไม่มีรายได้ การกำหนดขอบเขตการให้บริการ เล็งกำหนดประเภทสินค้าที่ห้ามใช้ BNPL เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคชิ้นเล็ก น้ำดื่ม ชานม อาหาร รวมถึงอาจมีการกำหนดมูลค่าสินค้าขั้นต่ำที่สามารถผ่อนชำระได้ และกำหนดเพดานดอกเบี้ย ผ่านการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมสูงสุดให้สะท้อนความเป็นจริงและเป็นธรรม

นอกจากนี้ยังมีแนวทางการให้ข้อมูลลูกค้าและเสนอสินเชื่ออย่างโปร่งใส การให้ข้อมูลต้องครบถ้วน เข้าใจง่าย และ ไม่กระตุ้นให้กู้ยืม เกินจำเป็น และต้องไม่มีกรณีที่ลูกค้าได้รับวงเงินสินเชื่อโดยไม่รู้ตัว และห้ามตั้งค่าให้ลูกค้าชำระเงินด้วย BNPL เป็นค่าเริ่มต้น (Default) โดยลูกค้าไม่ได้ยินยอมชัดแจ้ง

“ขณะนี้เกณฑ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจ และตามขั้นตอนกฎหมายใหม่จะต้องทำการรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ทำให้ต้องใช้เวลาในกระบวนการประมาณ 5-6 เดือน คาดว่าจะเห็นแนวทางกำกับ BNPL ที่ชัดเจนในช่วงต.ค. – พ.ย. 2569 บริษัทที่ทำธุรกิจ Buy Now Pay Later ไม่ใช่คนร้ายเพียงแต่ ธปท.จะเข้าไปกำกับ เพราะไม่ต้องการให้คนที่ไม่มีความ สามารถชำระหนี้หรือคนที่ถูกจูงใจให้เข้ามาบริโภคแล้วก็จ่ายด้วยการผ่อนโดยที่ไม่จำเป็น”ผู้ว่าการธปท.กล่าว