“รมต.คมนาคม”ลงนามแล้ว “รฟท.-รฟม.”รับใบอนุญาตประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่งและการเดินรถขนส่งทางราง อย่างเป็นทางการ อายุ 30 ปี นำร่องจากผู้เดินรถทั้งหมด 8 เจ้า พลิกหน้าระบบรางไทย สู่มาตรฐานใหม่ภายใต้ พ.ร.บ.ขนส่งทางรางพ.ศ.2568 ขณะที่ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ หรือใบขับขี่รถไฟ ออกให้แล้ว2,456 ราย คงเหลือ 195 ราย
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2569 ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงนามออก “ใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง” ให้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเป็น“ใบอนุญาตประเภท 3” หรือใบอนุญาตประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่งและการเดินรถขนส่งทางราง ครอบคลุมทั้งการบริหารโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการเดินรถ ใบอนุญาตมีอายุ 30 ปี ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2599
สำหรับการออกใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดภายใต้พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบเดิม สู่มาตรฐานใหม่ภายใต้กฎหมายราง โดยที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐผู้ให้บริการรถไฟและรถไฟฟ้าของไทยดำเนินงานภายใต้กฎหมายจัดตั้งองค์กรของตนเอง แต่เมื่อ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ออกมาบังคับใช้ ทำให้ ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางจะต้องอยู่ภายใต้ระบบใบอนุญาตอย่างชัดเจน
โดยกฎหมายกำหนดให้ รฟท. และ รฟม. ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการรายเดิม ต้องได้รับใบอนุญาตภายใน 120 วัน เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อเนื่องได้โดยไม่สะดุด พร้อมเข้าสู่ระบบกำกับดูแลมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
โดยพ.ร.บ.ขนส่งทางรางฯ จะยกระดับคุณภาพการให้บริการ ความปลอดภัย และสิทธิของผู้โดยสารอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ 1. กรณีรถไฟล่าช้า ยกเลิกเดินรถ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องมีมาตรการชดเชยหรือเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้โดยสารในกรณีที่การเดินรถเกิดความล่าช้าหรือถูกยกเลิก
2. ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัย โดยกฎหมายกำหนดให้ต้องจัดให้มีประกันภัยความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและร่างกายของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ
3. กำหนดค่าโดยสารและค่าบริการจะต้องอยู่ภายใต้กรอบอัตราที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถเรียกเก็บเกินเพดานที่ได้รับอนุมัติ ผู้โดยสารได้รับความเป็นธรรม
4. ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบัญชี รายงานฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานส่งให้กรมการขนส่งทางรางตรวจสอบเป็นประจำ เพื่อความโปร่งใส
@ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่" หรือ "ใบขับขี่รถไฟ" ออกไปแล้ว 2,456 ราย
ส่วนความคืบหน้า การออกใบอนุญาตเป็น”ผู้ประจำหน้าที่” ตาม มาตรา 96 ของพ.ร.บ.ขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 156 แห่งพระราชบัญญัตินี้ กำหนดให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเดียวกับผู้ประจำหน้าที่อยู่แล้ว ก่อนวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยบุคลากรกลุ่มดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางราง ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้บังคับใช้
โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.พนักงานขับรถขนส่งทางราง 2. พนักงานควบคุมรถขนส่งทางราง คือผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุม จัดการ หรือสั่งการเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถ โดยปฏิบัติงานจากศูนย์ควบคุมการเดินรถ สถานี หรือจุดควบคุมอื่นที่ไม่ใช่ห้องขับภายในตัวรถ รวมถึงผู้ที่มีหน้าที่ตัดสินใจสั่งการด้านการเดินรถให้แก่พนักงานขับรถขนส่งทางราง
ปัจจุบันมีผู้ให้บริการระบบราง รวมทั้งสิ้น 8 หน่วยงาน ได้แก่ 1. การรถไฟฯ 2. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 3. บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด 4. บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS 5. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM 6. บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด หรือ EBM 7. บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด หรือ NBM 8. บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด
มีผู้ประจำหน้าที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตผ่านระบบดิจิทัล e-License R รวม 2,651 ราย ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว 2,456 ราย คิดเป็น 93% อยู่ระหว่างการพิจารณาและตรวจสอบคำขอ 93 ราย หรือ 3% รอการยืนยันตัวตน 102 ราย (4%) โดยในจำนวน 2,651 ราย เป็นพนักงานรฟท.จำนวน 950 ราย ซึ่งยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว 941 ราย