xs
xsm
sm
md
lg

สวัสดิการยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ “มีสิทธิ” แต่ต้อง “ใช้สิทธิได้จริง” ถึงเวลายกระดับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านร้านค้าใกล้บ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังเป็นความท้าทายของคนไทยจำนวนมาก "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ภาครัฐใช้ดูแลผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนได้ไม่น้อยทั้งค่าใช้จ่ายด้านอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน แต่ในวันที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ขณะที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเดินทาง

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง "รัฐให้สวัสดิการเพียงพอหรือไม่" หากแต่เป็น "ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการได้สะดวกที่สุดแล้วหรือยัง"

*จากการให้สิทธิ สู่การเข้าถึงสิทธิ

แนวคิดเรื่องสวัสดิการของหลายประเทศทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นเพียงการจัดสรรงบประมาณ ไปสู่การออกแบบระบบให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ง่ายที่สุด เพราะในความเป็นจริง สิทธิที่มีอยู่บนกระดาษอาจไม่สามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ หากประชาชนต้องเสียเวลา เสียค่าเดินทาง หรือเผชิญข้อจำกัดในการใช้สิทธิ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

ดังนั้น การขยายช่องทางการใช้สิทธิให้ครอบคลุมเครือข่ายร้านค้าในชุมชนมากขึ้น อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของโครงการได้อย่างมีนัยสำคัญ


*ใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศมีอยู่แล้ว
ปัจจุบันประเทศไทยมีเครือข่ายค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าชุมชน และร้านธงฟ้ากระจายอยู่แทบทุกอำเภอทั่วประเทศ หลายแห่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ มีระบบบริหารจัดการสินค้าและข้อมูลแบบเรียลไทม์ มีศักยภาพรองรับประชาชนจำนวนมากในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้ถือเป็น "โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ" ที่ภาคเอกชนลงทุนและพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่น่าสนใจ คือ ภาครัฐสามารถนำโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มาใช้เป็นกลไกสนับสนุนการเข้าถึงสวัสดิการของประชาชนได้มากกว่านี้หรือไม่
หากทำได้ ก็อาจช่วยให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น โดยที่รัฐไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างจุดบริการใหม่ทั้งหมดเพราะมากกว่าความสะดวก คือการลดความเหลื่อมล้ำ

*หัวใจสำคัญของสวัสดิการคือการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม

การที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้ใกล้บ้านมากขึ้น ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนเมืองกับคนต่างจังหวัด ในหลายพื้นที่ ร้านค้าใกล้บ้านไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ซื้อสินค้า แต่กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นจุดเชื่อมโยงบริการทางเศรษฐกิจและสังคม
หากเครือข่ายเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบสวัสดิการของรัฐได้มากขึ้น ก็อาจช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

*สวัสดิการที่ดี ต้องช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย

อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เม็ดเงินสวัสดิการไม่ควรเป็นเพียงค่าใช้จ่ายของภาครัฐ แต่ควรเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กันไป เมื่อประชาชนนำสิทธิไปใช้ซื้อสินค้าในระบบเศรษฐกิจ เม็ดเงินดังกล่าวจะหมุนเวียนกลับไปยังเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ เกิดการจ้างงาน

เกิดรายได้ และเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นยิ่งระบบสามารถเชื่อมโยงผู้ผลิตรายย่อยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานได้มากเท่าไร ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็จะยิ่งกระจายตัวได้มากขึ้นเท่านั้น

ื*ถึงเวลาคิดใหม่เรื่องสวัสดิการ

ในอดีต การวัดความสำเร็จของนโยบายสวัสดิการอาจอยู่ที่จำนวนผู้ได้รับสิทธิ แต่ในอนาคต ตัวชี้วัดสำคัญอาจต้องรวมถึง "ความสะดวกในการเข้าถึง" เพราะสวัสดิการที่ดี ไม่ใช่เพียงสวัสดิการที่รัฐจัดสรรให้ แต่คือสวัสดิการที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ประเทศไทยมีทั้งเทคโนโลยี ระบบดิจิทัล และเครือข่ายร้านค้าที่ครอบคลุมอยู่แล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ อาจไม่ใช่เรื่องของความพร้อม แต่เป็นเรื่องของวิสัยทัศน์ในการออกแบบระบบสวัสดิการให้สอดรับกับวิถีชีวิตของประชาชนยุคใหม่ เพราะในท้ายที่สุด ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงสิทธิ์ที่มากขึ้น แต่ต้องการสวัสดิการที่อยู่ใกล้ตัวมากขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น และช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างแท้จรฝฝ