นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.20-32.85 บาท/ดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.50-32.75 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้ (2มิ.ย.69)ที่ 32.62 บาทต่อดอลลาร์
“อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 32.56 บาทต่อดอลลาร์ (ระดับปิด ณ วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม) โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ได้เคลื่อนไหวผันผวนพอสมควร ตามกระแสข่าวการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (แกว่งตัวในกรอบ 32.44-32.71 บาทต่อดอลลาร์)
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรเตรียมรับมือความผันผวน จากพัฒนาการของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ
สำหรับแนวโน้มเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ยังคงมีกำลังอยู่บ้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ดังจะเห็นได้จากการที่เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าเร็ว แรง ในช่วงวันหยุดของตลาดการเงินไทย เพียงแค่มีกระแสข่าวว่า อิหร่านหยุดเดินหน้าเจรจากับฝั่งสหรัฐฯ จากประเด็นอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอน ก่อนที่เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง หลังประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ ยังคงย้ำว่า การเจรจาหยุดยิงกับอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไปและทางอิสราเอลนั้นเห็นด้วยกับท่าทีของสหรัฐฯ ซึ่งภาพดังกล่าว ยังได้สะท้อนถึง ความเสี่ยง Two-way Risk ที่เงินบาทพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ซึ่งทำให้เราประเมินว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เพื่อรอรับรู้พัฒนาการของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้น ทะลุโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จนอาจทดสอบโซนแนวรับถัดไปแถว 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ ได้ หากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและมีแนวทางในการฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมามีความไม่แน่นอนสูงและการเจรจาหยุดยิงยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ชัดเจนได้ เรามองว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลง โดยมีโซนแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ และมีโซนแนวต้านสำคัญแถว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทสามารถอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าวได้ ซึ่งเกิดขึ้นได้ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น สหรัฐฯ ตัดสินใจใช้กำลังทางทหารโจมตีอิหร่านอีกครั้ง พร้อมกับมีการตอบโต้ที่รุนแรงจากฝั่งอิหร่าน
ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาท (USDTHB) ยังคงอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าลง และจะยังคงอยู่ในแนวโน้มดังกล่าว จนกว่าจะสามารถแข็งค่าทะลุโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ทำให้เงินบาทอาจทยอยอ่อนค่าลงบ้าง หรืออย่างน้อยแกว่งตัว Sideways ในกรอบที่กว้าง
ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า ความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบปรับสถานะถือครองเงินดอลลาร์ที่ชัดเจน ส่งผลให้ เงินดอลลาร์อาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ที่กว้าง ทั้งนี้ ควรจับตา รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อาจกระทบเงินดอลลาร์ได้เช่นกัน