คอยน์เบสเดินหมากสำคัญในตลาดเอเชีย ประกาศเปิดใช้งานระบบโอนเงินรูปีอินเดียผ่านบัญชีธนาคารโดยตรงด้วยระบบ IMPS อย่างเป็นทางการ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ช่วยให้นักลงทุนท้องถิ่นสามารถสับเปลี่ยนเม็ดเงินระหว่างบัญชีธนาคารและกระดานเทรดได้อย่างไร้รอยต่อ รองรับทั้งตลาดสปอตและตลาดฟิวเจอร์ส นับเป็นการหวนคืนสังเวียนอย่างเต็มภาคภูมิหลังเผชิญมรสุมด้านกฎระเบียบเมื่อปี พ.ศ. 2565 และเป็นการตอกย้ำจุดยืนทางยุทธศาสตร์ในการเจาะตลาดคริปโตที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
คอยน์เบส ยกระดับการให้บริการในประเทศอินเดียด้วยการเปิดใช้งานระบบเชื่อมต่อกับธนาคารเพื่อทำธุรกรรมด้วยเงินสกุลรูปีโดยตรง ความพยายามครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การเจาะลึกเข้าไปในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยพุ่งเป้าไปที่การอำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มลูกค้าในประเทศในการเคลื่อนย้ายกระแสเงินสดระหว่างบัญชีธนาคารและตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนบนแพลตฟอร์ม
แถลงการณ์จากบริษัทระบุว่า ปัจจุบันผู้ใช้งานชาวอินเดียสามารถทำธุรกรรมฝากและถอนเงินรูปีผ่านเครือข่ายการชำระเงินแบบเรียลไทม์ (IMPS) ได้แล้ว อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงตลาดสปอต ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่กำหนดวันหมดอายุ (Perpetual Futures) รวมถึงระบบการซื้อขายขั้นสูง (Advanced Trade) ได้เบ็ดเสร็จภายในแพลตฟอร์มเดียว
การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวล่าสุดของคอยน์เบสในการขยายอิทธิพลในอินเดีย หลังจากที่เคยเผชิญกับอุปสรรคอย่างหนักในช่วงเปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2565 การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่บริษัทได้รับการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานข่าวกรองทางการเงินของอินเดีย (FIU) เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีสถานะทางกฎหมายที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และสามารถให้บริการซื้อขายคริปโตภายใต้กรอบการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) ของประเทศ
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2565 คอยน์เบสเคยเปิดให้บริการฝากเงินรูปีผ่านระบบ Unified Payments Interface (UPI) เพียงช่วงสั้นๆ ก่อนจะพับแผนดังกล่าวลงในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังเปิดตัว สาเหตุหลักมาจากท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลด้านการชำระเงินที่พยายามรักษาระยะห่างจากการนำเครือข่ายไปใช้ประโยชน์ในวงการคริปโต รวมถึงบรรดาพันธมิตรที่ระงับการให้บริการ UPI สำหรับกระดานเทรด
ปัจจุบัน คอยน์เบสกำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่มีการแข่งขันสูงทว่ามีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์โดยแพลตฟอร์มภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น CoinDCX, CoinSwitch, ZebPay และ WazirX ต่างมีฐานลูกค้าชาวอินเดียที่แข็งแกร่ง ขณะที่กระดานเทรดระดับโลกอย่าง Binance และ KuCoin แม้จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังคงต้องพึ่งพาช่องทางการทำธุรกรรมคริปโตเพียงอย่างเดียว หรือการซื้อขายเงินรูปีแบบบุคคลต่อบุคคล (P2P) เป็นหลัก ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับระบบการเชื่อมต่อบัญชีธนาคารโดยตรงผ่าน IMPS ที่คอยน์เบสนำมาเป็นไพ่ตายในครั้งนี้
ขณะที่ระบบการฝากและถอนเงินรูปีที่เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ คอยน์เบสไม่เพียงแต่มอบบริการโอนเงินระหว่างธนาคารและบัญชีคริปโตโดยตรงเท่านั้น แต่บริษัทยังระบุด้วยว่าได้พัฒนาสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order Books) ในสกุลเงินรูปีโดยเฉพาะ เพื่อรวบรวมสภาพคล่องภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการเปิดช่องทางให้เชื่อมต่อกับกระดานเทรดระดับโลกของบริษัท
ทั้งนี้อินเดียได้ก้าวขึ้นมาเป็นขุมทรัพย์ชิ้นสำคัญสำหรับกระดานเทรดระดับโลก แม้จะต้องเผชิญกับกระแสลมต้านทั้งนโยบายรัฐ ทั้งการเก็บภาษีกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลในอัตราสูงถึงร้อยละ 30 และการหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 สำหรับธุรกรรมบางประเภท ทว่าข้อมูลจาก Chainalysis จัดอันดับให้อินเดียครองแชมป์อันดับหนึ่งในดัชนีการยอมรับคริปโตระดับโลกประจำปี พ.ศ. 2568 แซงหน้า 150 ประเทศทั่วโลก ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากกิจกรรมบนเครือข่ายบล็อกเชนของนักลงทุนรายย่อย การใช้งานกระดานเทรดแบบรวมศูนย์และโปรโตคอลการเงินแบบกระจายศูนย์ รวมถึงปริมาณการทำธุรกรรมมหาศาล ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงขนาดของการใช้งานในระดับฐานรากที่แพลตฟอร์มอย่างคอยน์เบสกำลังพยายามเจาะเข้ามากอบโกยส่วนแบ่งตลาด