xs
xsm
sm
md
lg

ไบแนนซ์รุกสมรภูมิหุ้นสหรัฐฯ ชูจุดขายเทรดไร้ค่าคอมมิชชัน ท้าชนคอยน์เบสปั้นซูเปอร์แอปการเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไบแนนซ์ แพลตฟอร์มคริปโตอันดับหนึ่ง ประกาศเปิดบริการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ และ ETF กว่า 7,000 รายการ หมากล่าสุดที่สะท้อนยุทธศาสตร์สลัดภาพลักษณ์กระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งสู่การเป็นซูเปอร์แอปพลิเคชันทางการเงินระดับโลก การรุกคืบครั้งนี้เป็นการประกาศศึกโดยตรงกับคู่แข่งอย่าง คอยน์เบส พร้อมเตรียมผลักดัน "หุ้นโทเคน" หวังเชื่อมโยงตลาดทุนดั้งเดิมเข้ากับโลกดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ ท่ามกลางกระแสแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่ตบเท้าเข้าสู่สมรภูมิหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมอย่างดุเดือด

แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่อย่าง "ไบแนนซ์" ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญในวงการการเงิน โดยประกาศเปิดตัวบริการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ สำหรับผู้ใช้งานที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เปิดช่องให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการซื้อขายหุ้นและกองทุน ETF มากกว่า 7,000 รายการโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชัน รวมทั้งรองรับการซื้อหุ้นเศษส่วนด้วยเม็ดเงินเริ่มต้นเพียง 5 ดอลลาร์ และเปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ที่กำหนดได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันทำการ

แถลงการณ์ของบริษัทระบุอย่างชัดเจนว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ต้องการปั้นไบแนนซ์ ให้ขยับขึ้นเป็น "ซูเปอร์แอปทางการเงินที่ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภท" ทิศทางดังกล่าวทำให้แพลตฟอร์มต้องเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดโดยตรงกับ "คอยน์เบส" และผู้เล่นรายอื่นๆ ที่กำลังพยายามรวบรวมการเทรดหุ้น กองทุน ETF ตราสารอนุพันธ์ และสินทรัพย์โทเคน ให้อยู่เบ็ดเสร็จภายใต้บัญชีซื้อขายเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้คอยน์เบส ได้นำร่องเปิดตัวบริการซื้อขายหุ้นและ ETF สหรัฐฯ แบบไร้ค่าธรรมเนียมตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันทำการไปก่อนแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568

ด้าน ริชาร์ด เทง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ ไบแนนซ์ ประเมินทิศทางของตลาดว่า การแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปของโทเคน มีศักยภาพอย่างยิ่งในการพลิกโฉมโครงสร้างตลาดการเงิน มอบอำนาจการควบคุม ความยืดหยุ่น และอิสรภาพทางการเงินกลับคืนสู่ผู้ใช้งาน ทางบริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสมหาศาลที่จะทำให้สินทรัพย์ทางการเงินเข้าถึงง่ายขึ้นและเชื่อมโยงตลาดทุนแบบดั้งเดิมเข้ากับตลาดดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : Binance
อย่างไรก็ดีบริการใหม่นี้ขับเคลื่อนผ่าน เนสต์ เทรดดิ้ง ลิมิเต็ด บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในเครือที่ตั้งอยู่ ณ ตลาดสากลอาบูดาบี (ADGM) สำหรับกระบวนการชำระเงินเพื่อซื้อหุ้นโทเคน ผู้ลงทุนสามารถใช้สกุลเงินดิจิทัลหลักเป็นสื่อกลางได้ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ USDC ของบริษัท เซอร์เคิล เหรียญ BNB เหรียญ USDT ของเทเธอร์ เหรียญ USD1 ของ เวิลด์ลิเบอร์ตี้ไฟแนนเชียล และเหรียญ U ของ ยูไนเต็ดสเตเบิลส์ โดยผู้ใช้งานจะได้รับเงินจากการขายหลักทรัพย์กลับมาในรูปของเหรียญ USDC

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังสร้างแรงจูงใจด้วยการเปิดช่องให้ผู้ใช้งานนำหุ้นที่ถือครองไปปล่อยกู้ในระบบเพื่อสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอได้อีกด้วย

ขณะที่แผนยุทธศาสตร์ในระยะถัดไปคือการเตรียมเปิดตัวหลักทรัพย์ดิจิทัลภายใต้ชื่อ bStocks ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่ผ่านกระบวนการแปลงเป็นโทเคนเพื่ออ้างอิงมูลค่ากับหุ้นและ ETF ในสหรัฐฯ ดำเนินการออกโดย บีเทค โฮลดิงส์ ลิมิเต็ด ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจใน ADGM ปัจจุบันการเปิดตัวดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนรอการพิจารณาอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของรัฐออนแทรีโอ (FSRA)

อย่างไรก็ตามเมื่อวิเคราะห์ภาพรวมอุตสาหกรรม จะเห็นได้ว่ากระแสการขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ตราสารทุนแบบดั้งเดิมไม่ได้เกิดขึ้นกับไบแนนซ์เพียงแห่งเดียว ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 แพลตฟอร์มบิทเก็ตได้เปิดเสนอขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ผูกกับหุ้นในช่วงก่อนการทำ IPO ของสเปซเอ็กซ์ บริษัทด้านกิจการอวกาศภายใต้การนำของ อีลอน มัสก์ ขณะที่ย้อนกลับไปในเดือนเมษายน 2568 คราเคน ก็ได้เปิดตัวบริการซื้อขายหุ้นและ ETF สหรัฐฯ กว่า 11,000 รายการแบบไร้ค่าคอมมิชชัน เพื่อหวังควบรวมโลกของตราสารทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับบิทแพนด้าแพลตฟอร์มจากออสเตรียที่ประกาศขยายฐานสินทรัพย์เพิ่มหุ้นและ ETF ถึงราว 10,000 รายการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาทิศทางเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความพยายามของฝั่งแพลตฟอร์มคริปโตที่ต้องการข้ามเส้นแบ่งทางอุตสาหกรรม เพื่อช่วงชิงเม็ดเงินในสมรภูมิการเงินแบบดั้งเดิมอย่างเต็มรูปแบบ