xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) จบ ม.3 ก็จับเงินล้านได้! “กรงใจ” ครีเอเตอร์ Gen Z ปั้นแบรนด์ “กรงใจที่แปลว่าตรงใจ” สร้างคอนเทนต์ขายทุเรียนกวาดรายได้ถึง 7 หลัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พารู้จักกับ “กรงใจ” สาวน้อยเจ้าของแบรนด์ “กรงใจที่แปลว่าตรงใจ” อินฟลูเอนเซอร์ Gen Z ที่สร้างคอนเทนต์ขายทุเรียนจนได้จับเงินล้านได้ ท่ามกลางงานวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์มักจะนิยาม Gen Z ว่าเป็นวัยที่รักความสบายและไม่ค่อยอดทนแต่สำหรับเธอแล้วแม้จะอายุ 22 ปี และเรียนจบด้วยวุฒิ ม.3 กลับฉีกกฎงานวิจัยด้วยการไม่ย่อท้อและสามารถสร้างตัวตนและอาชีพให้ตัวเองจนสามารถขายทุเรียนได้กว่า 10 ตัน


นางสาว กรงใจ พรเจริญ หรือ กรงใจ เจ้าของช่อง กรงใจที่แปลว่าตรงใจ เธอคือตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ ความจริงใจและความไม่ย่อท้อ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง เธอไม่ได้เป็นแม่ค้าใหม่ในตลาด แต่เธอคือ “ครีเอเตอร์ที่ส่งตรงจากสวน” ผู้พิสูจน์ว่าความจริงใจที่ปราศจากการปรุงแต่ง สามารถสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแรงและสร้างรายได้หลักล้านโดยไม่ต้องพึ่งโฆษณา

“กรงใจ” มีที่มาจากการเรียกชื่อเพี้ยนของคุณย่าของเธอ จากเดิมที่ควรเป็นคือชื่อ “ตรงใจ” แต่แทนที่ที่เธอจะแก้ไขให้สมบูรณ์เธอกลับเลือกชื่อ “กรงใจ” เป็นชื่อของเธอและเอามาตั้งเป็นชื่อแบรนด์จนกลายเป็น “กรงใจที่แปลว่าตรงใจ” เนื่องจากเธอต้องการให้ทุกสิ่งที่คัดสรรมาให้ลูกค้า “ตรงใจ” ลูกค้ามากที่สุดทั้งความจริงใจและตัวตนของเธอโดยที่ไม่ต้องปรุงแต่ง เพราะชื่อแบรนด์คือคำสัญญาว่าจะจริงใจและสรรหาแต่สิ่งที่ลูกค้าต้องการ


ไวรัล “เก็บทุเรียน” คือจุดเริ่มต้นของการแจ้งเกิดที่เปลี่ยนชีวิตสาวชาวสวนไปตลอดกาล

ย้อนกลับไปหลายปีก่อนเส้นทางของเธอเริ่มต้นจากการเป็น Micro Influencer ที่ใช้ TikTok แชร์ไลฟ์สไตล์ที่สดในจนเริ่มได้รับโอกาสในงานรีวิวสินค้า แต่จุดเปลี่ยนที่จริงของธุรกิจผลไม้ออนไลน์กลับมาจากภาพที่เจ็บปวดของเกษตรกรไทย เมื่อทุเรียนที่สวนของเธอถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง จนผลผลิตที่ดูแลมาทั้งปีต้องถูกทิ้งให้ร่วงหล่นคาต้นเพียงเพราะไม่คุ้มทุน เธอจึงเลือกสื่อสารผ่านสมาร์ทโฟน กลายเป็นวิดีโอสั้นที่สะท้อนวิถีชาวสวนอย่างตรงไปตรงมาจนเกิดเป็นกระแสไวรัลทันที เพราะสร้างความรู้สึกร่วมกับผู้คน

"หนูเห็นพ่อแม่เหนื่อยแต่โดนกดราคา วันที่คลิปไวรัล หนูรู้เลยว่า TikTok ไม่ใช่แค่ที่เล่นสนุก แต่มันคือโอกาสที่จะพาของดีจากสวนไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างจริงใจ"
กรงใจเผย

นี่คือบทเรียนสำคัญในเชิงการตลาดที่ยอกย้ำว่าคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลไม่ได้เกิดจากสตูดิโอที่ถูกเซ็ตไว้อย่างเพอเฟกต์ แต่เกิดจากความจริงที่กระทบความรู้สึกผู้คน เธอจึงเปลี่ยนตัวเองจากเกษตรกรมาเป็น Affiliate Creator ผู้มี “ความจริง” เป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในตลาด D2C ยุคใหม่


"การเป็นคนรุ่นใหม่ที่โตมากับหน้าจอมันทำให้หนูมองเห็น “ทางลัด” ที่คนรุ่นพ่อแม่มองไม่เห็น ในขณะที่ชาวสวนกังวลเรื่องการต่อรองราคาหน้าสวน หนูเลือกที่จะใช้สมาร์ทโฟนในมือเปิดประตูบ้านให้คนทั้งประเทศเดินเข้ามา สำหรับหนู ดิจิทัลไม่ใช่แค่พื้นที่โชว์ไลฟ์สไตล์ แต่มันคือเครื่องมือที่ทำให้เรามีอำนาจต่อรอง และส่งต่อความจริงใจถึงมือลูกค้าได้โดยตรง"

ขณะที่ตลาดทุเรียนออนไลน์มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เธอเลือก “ความโปร่งใส” เธอปฏิวัติความเชื่อที่ว่า "ทุเรียนเปลือกสวยถึงจะอร่อย" เธอให้ความรู้ ลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาว่า ทุเรียนเกรด C และ D ที่มีตำหนิภายนอก แท้จริงแล้วรสชาติพรีเมียมไม่แพ้เกรด A เพราะมาจากต้นเดียวกัน การกล้าพูดความจริงที่คนอื่นพยายามปิดบัง ทำให้เธอได้มาซึ่งสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ นั่นคือ "Brand Trust"

"คนมักเข้าใจผิดว่าเปลือกต้องสวยเนื้อถึงจะดี แต่หนูบอกความจริงว่ามันมาจากต้นเดียวกัน ความสวยแค่เปลือกไม่ได้การันตีรสชาติ และ “ความตรงไปตรงมา” นี่แหละคือต้นทุนที่แพงที่สุดในการสร้างความเชื่อใจ" กรงใจ ระบุ

ทั้งนี้ในการทำคอนเทนต์ต่างๆ เธอลองผิดลองถูกตามสไตล์เด็กสาวที่แชร์ไลฟ์ไสตล์ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างคือการมีกรอบความคิดเชิงวิเคราะห์โดยไม่รู้ตัว เธอสังเกตว่าคลิปแบบไหนคนกดหัวใจ คอนเทนต์ประเภทไหนที่ทำให้เกิดการแชร์และคนธรรมดาแบบไหนที่ผู้คนโหยหา นอกจากนี้เธอยังเรียนรู้การตัดต่อ พากย์เสียงต่างๆ โดยฝึกการเล่าเรื่องจากการรับรีวิวสินค้า ทำให้เธอเข้าใจว่าการสื่อสารบนโลกออนไลน์ไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบแต่ต้องการความสม่ำเสมอและความเป็นธรรมชาติ


"ตอนแรกหนูก็เล่นเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่พอเริ่มทำจริงจัง หนูไม่ได้แค่มองว่าคลิปไหนยอดวิวเยอะ แต่หนูพยายามแกะรอยว่าทำไมเขาถึงดูเราจนจบ หนูเรียนรู้การตัดต่อด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว พยายามหาจุดสมดุลระหว่างความสนุกกับความจริงใจ สำหรับหนู TikTok คือโรงเรียนที่ไม่มีเพดานกั้นความรู้ ทุกคลิปที่หนูโพสต์คือการเรียนรู้บทใหม่ เมื่อเราเข้าใจภาษาของแพลตฟอร์มและรู้วิธีสื่อสารกับผู้คนที่เราสามารถส่งต่อความรู้สึกถึงกันได้จริงๆ" กรงใจระบุ

ความสำเร็จของกรงใจคือการใช้ Ecosystem ของ TikTok Shop อย่างเต็มศักยภาพ เธอไม่ได้เพียงแค่ลงสินค้าทิ้งไว้ แต่เธอใช้พลังของ Discovery Commerce ที่ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมจากการค้นหาสิ่งที่ต้องการ มาเป็นการค้นพบสิ่งที่ดึงดูดใจ และเปลี่ยนการค้นพบนั้นให้กลายเป็นการตัดสินใจซื้อในทันที

Discovery Commerce ช่วยพาสินค้าเกษตรไทยไปสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ในวงกว้างผสานกับระบบปักตะกร้าที่ออกแบบมาให้ปิดการขายได้ง่าย และที่สำคัญที่สุดคือการใช้ In-App Campaigns และคูปองส่วนลดที่แพลตฟอร์มสนับสนุน มาเป็นเครื่องมือในการทำ Promotion ที่เข้าถึงใจผู้บริโภคโดยที่ร้านค้าไม่ต้องแบกรับต้นทุนเพียงลำพัง

"ถ้าไม่มี TikTok Shop หนูคงเป็นแค่แม่ค้าที่นั่งรอลูกค้าเดินผ่านมาในตลาด แต่แพลตฟอร์มนี้ทำให้สวนทุเรียนของหนูไม่มีกำแพงอีกต่อไป มันคือพื้นที่ที่ให้โอกาสคนทำงานจริงโดยไม่ถามหาวุฒิการศึกษาหรือต้นทุนชีวิต ขอแค่เรามีความจริงใจและกล้าที่จะแสดงตัวตนออกมา TikTok Shop จะช่วยพาเราไปสิ่งพบที่เราชอบโดยที่เราไม่รู้ตัว เป็น Discovery Commerce ที่ช่วยชาวสวนส่งของดีของพวกเขาไปโชว์บนหน้าจอผู้คน ให้คนทั้งประเทศได้เห็นคุณค่า และความตั้งใจของพวกเราจริงๆ"



จากรีวิวครีมสู่การขายทุเรียน 10 ตัวด้วยมือถือเครื่องเดียว

ประสบการณ์ที่เธอเรียนรู้จากการรับรีวิวสินค้าและนำมาปรับใช้กับบริบทของชาวสวน กลายเป็นเสน่ห์ที่เข้าถึงง่าย เมื่อไม่นานมานี้เธอค้นพบเทรนด์ใหม่โดยบังเอิญ เธอได้ถ่ายทอดมุมมองให้ฟังว่า “ไม่นานมานี้หนูใช้ความเงียบและเสียงเทปปิดกล่องเป็นตัวเล่าความพยายามของเราแทน เชื่อไหมว่าวันนั้นยอดคนดูของหนูพุ่งไป 7,000 คน จากปกติหนูไลฟ์มีคนดูเฉลี่ย 1,000-2,000 คน และหนูสามารถปิดการขาย 1,000 กล่องในคืนนั้นเลย เลยได้ค้นพบว่าผู้ชมชอบแบบนี้เหรอ (หัวเราะ)” เสน่ห์ของการแพ็คของเงียบๆ ท่ามกลางเสียงเทปปิดกล่องกลายเป็นตอนเทนต์ ASMR มัดใจผู้ชมที่ทำให้ทุเรียน 10 ตันขายหมดสต็อคภายในไม่กี่ชั่วโมง กรงใจระบุ

แม้เธอจะบอกว่าการไลฟ์ทำไปตามสัญชาตญาณ แต่กรงใจมีกลยุทธ์การเลือกเวลาไลฟ์ที่ชาญฉลาด เธอเลือกไลฟ์ช่วง 11:30 น. เพื่อให้ลูกค้ากดใช้ "คูปองเที่ยงวัน" และกลับมาไลฟ์อีกครั้งช่วง 20:00 น. เพื่อคูปองลดราคา 15% ของ TikTok Shop นี่คือการนำผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นตัวตั้ง ทำให้การปิดการขายระดับสิบตันต่อวันเกิดขึ้นได้ในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง

"การที่เราไลฟ์ให้ตรงเวลาคูปอง ไม่ใช่แค่เรื่องยอดขาย แต่มันคือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราอยู่ข้างเดียวกับเขา ช่วยเขาประหยัด และพาเขาไปให้ถึงข้อเสนอที่ดีที่สุด เมื่อไหร่ที่เราตั้งโจทย์ว่า “ลูกค้าต้องได้ประโยชน์สูงสุด” เมื่อนั้นยอดขายจะกลายเป็นเรื่องง่าย ขณะที่เราเข้าใจจังหวะของระบบ"
กรงใจระบุ

กระแสดราม่าคุณภาพทุเรียน

การค้าผลไม้ออนไลน์ “ความเสี่ยง” ตกอยู่ที่ผู้บริโภค ทั้งเรื่องทุเรียนอ่อน ทุเรียนเสียหรือความเสียหายจากขนส่ง เธอสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการยึดถือความรับผิดชอบแบบเบ็ดเสร็จ เธอไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเพียงครีเอเตอร์ที่ส่งผ่านสินค้า แต่เธอมองตัวเองเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดและรับประกันความพึงพอใจจนถึงคำสุดท้ายที่ลูกค้าได้รับประทาน

หัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์แข็งแกร่งได้คือระบบการจัดการหลังบ้านที่เน้นความเร็วและความรับผิด โดยเฉพาะนโยบาย “เคลมทันที” เมื่อเกิดข้อผิดพลาด เธอเชื่อว่าความผิดพลาดหนึ่งครั้งหากจัดการไม่ดีอาจทำลายความเชื่อใจที่สร้างมานับปีได้ การเป็น Affiliate Creator มันมาพร้อมกับความรับผิดชอบ หนูมักจะบอกทีมงานเสมอว่า หลังบ้านเราไม่ได้มีหน้าที่แค่ตอบแชท แต่เรามีหน้าที่รักษา “ความสบายใจ” ของลูกค้า


"สำหรับหนูการที่ลูกค้าทักมาเคลมทุเรียนที่เสีย ไม่ใช่ความโชคไม่ดี แต่มันคือโอกาสที่หนูจะได้พิสูจน์ว่าแบรนด์กรงใจมีความรับผิดชอบแค่ไหน หนูยอมขาดทุนจากการเคลม ดีกว่ายอมขาดทุนความเชื่อใจที่ลูกค้ามีให้ เพราะในธุรกิจออนไลน์ ถ้าคุณไม่มีความรับผิดชอบที่จับต้องได้ ตัวตนที่คุณสร้างมาก็เป็นแค่เปลือกว่างเปล่า" กรงใจ ระบุ


ในส่วนของการจัดการระบบหลังบ้านนั้นเธอมองว่าไม่ใช่แค่เรื่องของ Operation แต่มันคือการทำ Retention Marketing ที่ทรงพลังที่สุด เมื่อลูกค้าเห็นว่า "ซื้อที่นี่แล้วปลอดภัย" และ "เจ้าของรับผิดชอบจริง" การกลับมาซื้อซ้ำจึงเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้แบรนด์กรงใจไม่ต้องใช้ความพยายามในการหาลูกค้าใหม่ตลอดเวลา แต่เติบโตได้อย่างมั่นคงจากฐานลูกค้าประจำที่เชื่อมั่นในสปิริตของเจ้าของแบรนด์อย่างแท้จริง


"สิ่งที่หนูชอบที่สุดใน TikTok Shop คือการที่ดูแลทุกอย่างหลังการขาย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับลูกค้า หรือกระบวนการคืนเงิน ทุกขั้นตอนราบรื่นและโปร่งใส เมื่อลูกค้าเห็นสิ่งนี้ พวกเขาไม่ได้แค่รู้สึกพอใจ แต่ “รู้สึกปลอดภัย” และความรู้สึกปลอดภัยนั้นเองที่สร้างความไว้วางใจ และเปลี่ยนคนที่ซื้อครั้งเดียวให้กลายเป็นลูกค้าประจำ"

“กรงใจ” กลายเป็นหัวใจชุมชน

เบื้องหลังความสำเร็จคือการกระจายรายได้คืนสู่ชุมชน เธอจ้างงานคนในพื้นที่และเพื่อนประมาณ 15 ชีวิต รวมถึงน้องนักเรียนในละแวกบ้านให้มารับงานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียนเพราะบ้านใกล้โรงเรียน เพื่อฝึกทักษะอาชีพและสร้างรายได้เสริม ยิ่งไปกว่านั้นคือมีแฟนคลับที่เอ็นดูยังอาสามาเป็นแอดมินช่วยตอบแชทให้ฟรี กลายเป็นคอมมูนิตี้ คอมเมิรีช์ที่ทรงพลังในปัจจุบัน
ก้าวต่อไปที่ไม่หยุดนิ่ง

“กรงใจ” ในวัย 22 ปี พิสูจน์แล้วว่า “เราเป็นอะไรก็ได้ถ้าต้องการ” เธอใช้เวลาเพียง 3 ปี เปลี่ยนหยาดเหงื่อให้เป็นสินทรัพย์ ซื้อสวนทุเรียนเพิ่มกว่า 12 ไร่ และสร้างบ้านให้ครอบครัว แต่ที่น่ายกย่องที่สุดคือการกลับไปศึกษาต่อ กศน. ระดับชั้น ม.ปลาย ที่กำลังจะจบในปีหน้าเพื่อต่อยอดความรู้ด้านการลงทุน


"วุฒิ ม.3 ของหนูไม่ได้บอกว่าหนูทำอะไรได้แค่ไหน แต่มันบอกว่าหนูต้องเรียนรู้ให้มากกว่าคนอื่น สิ่งที่หนูจะลงทุนต่อคือความรู้ เพราะการเรียนรู้คือทางเดียวที่จะรักษาความสำเร็จให้ยั่งยืน" กรงใจ ระบุ

แม้ในวันนี้เธอจะยืนอยู่จุดพีกของอาชีพ Affiliate Creator ที่มี followers มากกว่า 4 ล้านคน แต่ความฝันลึก ๆ ของเธอยังเรียบง่าย คือการมีร้านขนมหรือคาเฟ่ไอศกรีมเล็ก ๆ เพื่อสร้างความสุขที่ส่งต่อให้คนอื่นได้เหมือนที่เธอได้รับโอกาส


"การขายทุเรียนยอมรับว่าเหนื่อยมากค่ะ ฝันจริง ๆ ของหนูคือการมีร้านไอติมหรือคาเฟ่เล็ก ๆ ที่เราดูแลได้อย่างภูมิใจ ทำแล้วไม่เครียด เหมือนที่เราได้รับโอกาสเปลี่ยนชีวิตจาก TikTok Shop" กรงใจ ระบุ

ในช่วงนอกฤดูกาลทุเรียน กรงใจยังสวมหมวกการเป็น Affiliate Creator มืออาชีพ รับรีวิวสินค้าตั้งแต่ครีมซองจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า กฎเหล็กของเธอคือ "ต้องลองใช้จริงก่อนเสมอ"


"ในวันที่เรามีโอกาสมากมายที่วิ่งเข้ามาหา แต่สำหรับหนูจรรยาบรรณคือฟิลเตอร์ที่สำคัญที่สุดในการคัดกรองงาน เพราะทุกครั้งที่หนูรีวิวสินค้า มันไม่ใช่แค่การแลกชื่อเสียงกับค่าจ้าง แต่มันคือการเอาความเชื่อใจที่ลูกค้ามอบให้ไปวางเดิมพัน การเป็น Affiliate Creator ที่ดีไม่ใช่การขายเก่งที่สุด แต่คือการซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองและคนดูให้ได้มากที่สุด"

เธอทิ้งท้ายว่า กรงใจไม่เคยคิดว่าตัวเองมีสูตรสำเร็จ ในยุคที่คนเบื่อโฆษณา ความกล้าบอกความจริงกลับกลายเป็นต้นทุนที่มีมูลค่าที่สุด เธอพิสูจน์แล้วว่าการบอกว่าทุเรียนขี้เหร่แต่อร่อย สร้างความเชื่อใจได้มากกว่าการพยายามทำให้ทุกอย่างดูเพอร์เฟกต์

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดข้อผิดพลาด การเคลมทันทีโดยไม่ผลักภาระ ไม่ใช่การเสียเปรียบ แต่คือการลงทุนให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ สิ่งที่เธอใช้ไม่ใช่งบโฆษณาหรือทีมงานใหญ่โต แค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ความเข้าใจสินค้า และการเล่นตามกติกาของแพลตฟอร์มอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือทั้งหมดที่เธอมี

ติดต่อเพิ่มเติม
TikTok : กรงใจที่แปลว่าตรงใจ



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *