จังหวัดตาก อยู่ทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพการเติบโตที่สูง มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ และทำหน้าที่เป็น "ประตูสู่ภาคเหนือ" มีมูลค่าเศรษฐกิจ (GPP) 65,223 ล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี ตามแผนพัฒนาจังหวัดประจำปีงบประมาณ 2569 โดยถูกเปลี่ยนผ่านจากเมืองผ่านทางชายแดน มาสู่ศูนย์กลาง "การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 2 แผ่นดิน" อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวในประเทศและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก นำโดย น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่จะมีผลต่อภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดตากว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจอาจมีการชะลอตัวบ้าง แต่ธุรกิจที่พักแรมในอ.แม่สอด กลับมีการเติบโตและเปิดตัวโรงแรมใหม่อย่างคึกคัก ปัจจุบันจังหวัดตาก มีห้องพักรวมกันทั้งจังหวัดประมาณ 8,200 ห้อง ซึ่งในจำนวนนี้กว่า 60% หรือประมาณ 4,000–5,000 ห้อง ตั้งกระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สอด โดยโครงสร้างผู้ประกอบการโรงแรมในแม่สอดเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80%) เป็นการลงทุนโดยกลุ่มทุนท้องถิ่นและผู้ประกอบการชาวไทย ซึ่งทาง ททท. ประเมินว่าปริมาณห้องพักยังอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุล ไม่เกิดภาวะห้องพักล้นตลาด (Over Supply) นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักได้ตามงบประมาณตั้งแต่ราคา 300 บาท ไปจนถึง 4,000–5,000 บาทต่อคืน แต่ราคาเฉลี่ยที่ได้รับความนิยมจะอยู่ที่ราว 800 ถึง 1,000 บาทเศษต่อคืน
สำหรับระดับของโรงแรมส่วนใหญ่เป็นมาตรฐาน 3 ดาว มีโรงแรมระดับ 4 ดาวเพียงแห่งเดียวในพื้นที่ ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรมในแม่สอดคือ กลุ่มนักธุรกิจ, กลุ่มผู้ที่เดินทางมาศึกษาดูงานในพื้นที่ชายแดน และกลุ่ม MICE (การจัดประชุมและสัมมนา)
ซึ่งสอดคล้องกับผู้บริหารโรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า มีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยมีโรงแรมใหม่ของกลุ่มทุนจากผู้ประกอบการส่วนกลางเข้ามาเตรียมเปิดให้บริการ ขณะที่มีการประกาศขายตึกอาคารพาณิชย์ในราคาที่สูง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนบางส่วนที่จะเข้ามา เช่น นักลงทุนชาวจีน เป็นต้น
น.ส.ธมลวรรณ กล่าวว่า จากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป เป็นกลุ่มครอบครัวเดี่ยวขนาดเล็ก หรือกลุ่มคนทำงานที่ยังไม่มีบุตร และนิยมนำสัตว์เลี้ยงเดินทางไปด้วย ททท.ตาก จึงได้ส่งเสริมให้โรงแรมในพื้นที่ปรับรูปแบบเป็น Pet-Friendly เพื่อรองรับกลุ่มคนรักสัตว์ พร้อมกันนี้ยังได้รุกตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในพื้นที่ อาทิ "ภูกาษาวาเล่ย์ แม่สอด" พัฒนาสถานพักผ่อนเชิงสุขภาพ ชูจุดเด่นห้องบำบัดด้วยเกลือหิมาลายัน, กิจกรรมฝึกโยคะ, การนั่งสมาธิบำบัด, และการให้บริการออนเซ็นน้ำแร่ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างที่พักในลักษณะของโดม (Dome) และรถบ้านเพิ่มเติม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
ในด้านสถิตินักท่องเที่ยวปัจจุบันของจังหวัดตาก พชาวไทยถึง 98% และเป็นชาวต่างชาติเพียง 2% โดยในกลุ่มชาวต่างชาตินั้น ส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา และกลุ่มชาวต่างชาติจากยุโรป เช่น เดนมาร์ก ที่เดินทางเข้ามาทำงานในลักษณะขององค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ซึ่งมักเดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่มคณะราว 20 กว่าคน นิยมเข้าพักในลักษณะโฮมสเตย์ร่วมกับชุมชน และเดินทางไปท่องเที่ยวธรรมชาติต่อ
ชูกลยุทธ์หน้าฝน เปิดพิกัด "สายมู-ธรรมชาติ" และเทศกาลวิ่งเทรล
ททท.สำนักงานตาก ได้วางกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวฤดูฝน (Green Season) โดยมุ่งเน้นการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ และเส้นทางสายศรัทธา (สายมู) โดยขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมารับพลังบวกและเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต ด้วยการร่วมหลั่งไหลมาสักการะพระธาตุประจำปีเกิด ณ วัดพระบรมธาตุบ้านตาก อ.บ้านตาก จ.ตาก ซึ่งเป็นองค์พระธาตุที่จำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดากอง และถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิด "ปีมะเมีย" (ปีม้า)
ล่าสุดทางวัดได้มีการจัดงานประเพณีเนื่องในวันขึ้นธาตุเดือน 9 เหนือ ซึ่งมีขบวนแห่ล้อมผ้าห่มองค์พระธาตุอย่างยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยว ไหว้ขอพร และร่วมห่มผ้าองค์พระธาตุประจำปีเกิดได้ตลอดทั้งปี รวมถึงผู้ที่เกิดปีนักษัตรอื่น ๆ ก็สามารถมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลได้เช่นเดียวกัน
รวมทั้งมีสถานีท่องเที่ยวใกล้อ.บ้านตาก อาทิ เขื่อนภูมิพล (เขื่อนพ่อ), สะพานประตูบาลี, วัดตากตก, และไฮไลต์สำคัญอย่าง "ไม้กลายเป็นหินที่ยาวที่สุดในโลก" ณ วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน เดินทางกราบสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในตัวเมืองตากเพื่อความเป็นสิริมงคล
และที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ น้ำตก ต้องมาจุดชมทะเลหมอก 360 องศา บริเวณวัดพระธาตุรัตนเจดีย์ ถ้ำแม่อุสุ อ.ท่าสองยาง แหล่งท่องเที่ยวพิกัดใหม่ที่สามารถชมทะเลหมอกได้กว้างไกลแบบพาโนรามา
โครงการหลวงเลอตอ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและธรรมชาติ มีน้ำตกสวยงามและมีความสูงเด่น เช่น น้ำตกคีเท่อ หรือน้ำตกชื่อดัง อย่าง น้ำตกทีลอซู เปิดให้เข้าชมไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. เนื่องจากปริมาณน้ำยังคงใสสะอาด สวยงาม ไม่ขุ่นแดง , น้ำตกเปรโต๊ะลอซู หรือ น้ำตกรูปหัวใจ อ.อุ้มผาง เตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวสำหรับการเดินป่าระยะไกลตั้งแต่เดือนก.ค.–ก.ย.นี้ , น้ำตกโขะทะ น้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ในเส้นทางไป อ.อุ้มผาง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมด้านกีฬา Soft Power "Tak Trail Series" กิจกรรมวิ่งเทรล 3 สนามใหญ่เพื่อดึงดูดนักวิ่งระยะไกล ประกอบด้วย สอยมาลัยเทรล (อ.บ้านตาก) จัดขึ้นวันที่ 5-6 มิ.ย.นี้, มูเซอ 100 (ดอยมูเซอ) และ ทูเลเทรล (อ.ท่าสองยาง)
ดันเกษตรมูลค่าสูง "เมืองหลวงอะโวคาโด - ทุเรียนน้ำแร่พบพระ"
จังหวัดตากยังได้ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยชูจุดขายการเป็น "เมืองหลวงอะโวคาโด" ของประเทศไทย เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกและสภาพดินที่เหมาะสม มีสายพันธุ์ยอดนิยมที่ตลาดต้องการ ซึ่งผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย.-ต้นเดือนก.ค. นอกจากนี้ยังมีผลผลิตเด่นอย่าง "ทุเรียนสายน้ำแร่" และแมคคาเดเมีย จากอ.พบพระ โดยผลผลิตทุเรียนน้ำแร่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนก.ค. – ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ทุเรียนในภาคอื่นหมดฤดูกาลแล้ว จึงไร้คู่แข่งในตลาด
อัดโปรฯ "กินช้อปเที่ยวตาก" ดันรายได้โต
เพื่อกระตุ้นยอดใช้จ่าย ททท.ตาก ได้จัดโปรโมชันพิเศษต้อนรับ Green Season (ก.ค.– ก.ย.) มุ่งเป้านักท่องเที่ยวระยะใกล้จากจังหวัดข้างเคียง เช่น สุโขทัย, กำแพงเพชร, นครสวรรค์, ลำปาง, ลำพูน และเชียงใหม่ ภายใต้แคมเปญ "กินช้อปในตาก ครบ 300 - 500 บาทขึ้นไปต่อห้อง สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับของที่ระลึกจาก ททท. เช่น ร่ม, หมวก หรือครกจำลองเมืองตาก ได้ฟรี"
ทั้งนี้ ททท.ตาก ตั้งเป้าหมายสร้างการเติบโตทางรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 1–2 โดยปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1,800–1,900 บาท ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ที่ 2,400–2,500 บาทต่อคนต่อวัน ทาง ททท. มั่นใจว่าระบบคมนาคมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างมาก จะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดตากเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน