Gravity Bridge สะพานเชื่อมแบบกระจายศูนย์ที่เชื่อมต่อ Ethereum กับระบบนิเวศ Cosmos ถูกเจาะคีย์ควบคุมสัญญาหลัก สูญสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 5.4 ล้านดอลลาร์ในชั่วข้ามคืน สินทรัพย์ส่วนหนึ่งถูกฟอกแล้วผ่านบริการแลกเปลี่ยนด่วน ChangeNow และ Binance ขณะที่วาลิเดเตอร์สั่งระงับระบบฉุกเฉินระหว่างการสอบสวน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปีที่ DeFi เผชิญการโจมตีบริดจ์มาแล้วถึง 8 ครั้ง มูลค่าความเสียหายสะสมทะลุ 328 ล้านดอลลาร์ และยังตามมาทันทีหลัง JPMorgan ออกรายงานตั้งคำถามต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง DeFi
เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Gravity Bridge สะพานเชื่อมบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์ที่ทำหน้าที่เชื่อมการโอนสินทรัพย์ข้ามเชนระหว่าง Ethereum และ Cosmos ถูกโจมตีจนสูญเงินไปราว 5.4 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่คณะวาลิเดเตอร์จะตัดสินใจระงับการทำงานของบริดจ์เพื่อเปิดการสอบสวน
นักวิเคราะห์ออนเชนที่ใช้ชื่อว่า สเปกเตอร์ เป็นรายแรกที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องเงินไหลออกผิดปกติผ่านโพสต์บน X เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า "คีย์สัญญาของ Gravity Bridge อาจถูกเจาะ ส่งผลให้มีการขโมยสินทรัพย์ไปกว่า 5.4 ล้านดอลลาร์"
บริษัทรักษาความปลอดภัยบล็อกเชน PeckShield ยืนยันการโจมตีดังกล่าวในเวลาต่อมา พร้อมระบุรายละเอียดสินทรัพย์ที่ถูกขโมย ประกอบด้วย USDC มูลค่าราว 4.3 ล้านดอลลาร์, Wrapped Ether (WETH) จำนวน 274 เหรียญมูลค่าประมาณ 553,000 ดอลลาร์, USDt มูลค่า 434,000 ดอลลาร์ และ PAX Gold (PAXG) จำนวน 14.164 เหรียญมูลค่าประมาณ 64,000 ดอลลาร์
PeckShield รายงานเพิ่มเติมว่าสินทรัพย์ส่วนหนึ่งถูกฟอกแล้วผ่านบริการแลกเปลี่ยนทันทีอย่าง ChangeNow และผ่านทาง Binance ขณะที่กระเป๋าเงินของผู้โจมตียังคงถือครอง ETH จำนวนราว 2,102 เหรียญ มูลค่าประมาณ 4.23 ล้านดอลลาร์ ณ ขณะที่มีการรายงาน
Gravity Bridge ยอมรับเหตุการณ์
ทีมงาน Gravity Bridge ออกแถลงการณ์ผ่าน X ยอมรับว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยระบุเพียงว่า "มีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับ Gravity" พร้อมแนะนำให้วาลิเดเตอร์ทั้งหมดระงับการทำงานของระบบในระหว่างการสอบสวน ก่อนที่โพสต์ติดตามจะยืนยันว่าบริดจ์ถูกระงับการทำงานเรียบร้อยแล้ว
Gravity Bridge เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการโอนโทเคนในทั้งสองทิศทาง ทั้งจาก Ethereum ไปยังกระเป๋าเงินและ DEX บนเครือข่าย Cosmos อย่าง Osmosis และจากบล็อกเชนในระบบนิเวศ Cosmos กลับมายังแพลตฟอร์มบน Ethereum อย่าง Uniswap จุดที่ทำให้ Gravity Bridge โดดเด่นในแง่สถาปัตยกรรมคือการใช้วาลิเดเตอร์ทั้งชุดในการอนุมัติการโอน แทนที่จะพึ่งพาลายเซ็นหลายฝ่ายแบบรวมศูนย์หรือกลุ่มโหนดส่วนตัว ซึ่งทำให้มันถูกจัดอยู่ในกลุ่มบริดจ์ที่มีระดับการกระจายศูนย์สูงที่สุดในวงการ
ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่าโทเคนหลักของ Gravity Bridge คือ Graviton (GRAV) ซึ่งวาลิเดเตอร์ใช้รักษาความปลอดภัยของระบบ ล่าสุดราคาอยู่ที่ 0.0007053 ดอลลาร์ ลดลงราว 4% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บริดจ์กลายเป็นอุปสรรคความเชื่อมั่นของสถาบัน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถาบันการเงินระดับโลกเริ่มตั้งคำถามต่อโครงสร้างพื้นฐานของ DeFi อย่างจริงจัง โดย JPMorgan ออกรายงานวิจัยในเดือนเมษายน 2569 ระบุว่าความปลอดภัยของบริดจ์คือหนึ่งในความท้าทายหลักที่ยังรอคำตอบ และตั้งคำถามว่า DeFi จะสามารถปรับขนาดเพื่อรองรับความต้องการระดับสถาบันได้จริงหรือไม่
การโจมตีครั้งล่าสุดมาหลังจากเหตุโจมตีบริดจ์ Versus-Ethereum ซึ่งนับเป็นการโจมตีบริดจ์ขนาดใหญ่ครั้งที่ 8 ของปี 2569 ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายสะสมจากเหตุการณ์ทั้งหมดในปีนี้แตะระดับ 328.6 ล้านดอลลาร์
บทเรียนที่เด่นชัดกว่านั้นคือผลพวงที่ DeFi เผชิญหลังการโจมตี KelpDAO ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีเงินไหลออกถึง 290 ล้านดอลลาร์ และถูกระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม Lazarus Group แห่งเกาหลีเหนือ เหตุการณ์ดังกล่าวฉุดให้มูลค่ารวมที่ถูกล็อกใน DeFi ดิ่งลงจากเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์เหลือราว 86,000 ล้านดอลลาร์ภายในเพียงสองวัน โดยเม็ดเงินไหลออกหนักแม้แต่จากพูลที่ไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสินทรัพย์ที่ถูกโจมตี บ่งชี้ว่าความตื่นตระหนกในตลาดได้ขยายวงกว้างเกินกว่าที่พื้นฐานจะอธิบายได้