กระทรวงการคลังเวียดนามเตรียมรื้อโครงสร้างการให้สินเชื่อครั้งใหญ่ เสนอแก้กฎหมายเปิดทางให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัล สินทรัพย์เสมือน และทรัพย์สินทางปัญญา มาวางเป็นหลักประกันเงินกู้กับธนาคารพาณิชย์ได้ นโยบายนี้ถือเป็นการอุดช่องโหว่เรื้อรังที่บีบให้ธุรกิจขนาดเล็กและสตาร์ทอัพเทคโนโลยีหลุดวงโคจรสินเชื่อในระบบเพียงเพราะขาดแคลนที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์มาค้ำประกัน สะท้อนวิสัยทัศน์ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว พร้อมรับมือการเปิดกระดานเทรดคริปโตเคอร์เรนซีภายใต้การกำกับดูแลของรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2569
ร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่กระทรวงการคลังเวียดนามเพิ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน สะท้อนความพยายามในการจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเสียใหม่ ภายใต้กรอบข้อเสนอนี้ ภาคธุรกิจจะมีสิทธิขอสินเชื่อโดยใช้สินทรัพย์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต สิทธิในทรัพย์สิน สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน ตลอดจนสินทรัพย์ดิจิทัลหรือสินทรัพย์เสมือนจริง เป็นเครื่องการันตีความเสี่ยงเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน
ข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นถึงความลักลั่นเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจ ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีและธุรกิจในครัวเรือนมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 98 ของจำนวนองค์กรทั้งหมดในเวียดนาม ทว่ายอดสินเชื่อคงค้างที่กลุ่มนี้เข้าถึงได้กลับมีเพียงร้อยละ 20 ของสินเชื่อธนาคารทั้งระบบ กระทรวงการคลังประเมินว่า รากเหง้าของปัญหานี้มาจากข้อจำกัดเรื่องหลักประกันที่ไม่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจยุคใหม่ ความโปร่งใสทางบัญชีที่ยังไม่ได้มาตรฐาน และฐานทุนที่คับแคบของตัวธุรกิจเอง
ความเคลื่อนไหวนี้ส่งผลสะเทือนเชิงบวกอย่างรุนแรงต่อกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพและกิจการสายเทคโนโลยี แม้บริษัทเหล่านี้จะถือครองขุมทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลอย่างซอฟต์แวร์ สิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทางปัญญา แต่ในอดีตสิ่งเหล่านี้แทบไร้ความหมายในสายตานายธนาคารเมื่อเทียบกับโฉนดที่ดินหรือสินทรัพย์ทางกายภาพ การเปลี่ยนผ่านนโยบายครั้งนี้จึงเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ให้บริษัทเทคโนโลยีนับพันแห่งที่เคยถูกระบบการเงินกระแสหลักกีดกัน สามารถดึงเม็ดเงินมาต่อยอดธุรกิจได้จริง
ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังส่งสัญญาณบีบให้สถาบันสินเชื่อต้องปรับตัวรับโลกยุคใหม่ โดยผลักดันให้ธนาคารประเมินความเสี่ยงในการปล่อยกู้จากอันดับความน่าเชื่อถือ แผนการดำเนินธุรกิจ กระแสเงินสด และศักยภาพในการเติบโตของตลาด แทนที่จะผูกติดอยู่กับมูลค่าของสินทรัพย์ถาวรเพียงมิติเดียว
นอกเหนือจากการปฏิวัติเกณฑ์หลักประกัน ร่างกฎหมายดังกล่าวยังซ่อนกลไกสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยระบุถึงมาตรการจูงใจสำหรับธุรกิจสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพิเศษในการเข้าถึงการค้ำประกันสินเชื่อ การจัดหาเงินทุนแบบผ่อนปรน และการอุดหนุนอัตราดอกเบี้ยสำหรับโครงการที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและการประหยัดพลังงาน รวมไปถึงมาตรการทางภาษีที่พร้อมสนับสนุนองค์กรที่มีการรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรืออีเอสจี
บริบทที่ทำให้ท่าทีของเวียดนามน่าจับตาอย่างยิ่งคือสถานะการเป็นหนึ่งในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่ผู้คนให้ความสนใจในการถือครองสินทรัพย์อย่าง บิทคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ดัชนีการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลกประจำปี 2568 ของสถาบันเชนนาไลซิส ระบุชัดเจนว่าเวียดนามรั้งอันดับ 4 ของโลก เป็นรองเพียงอินเดีย สหรัฐอเมริกา และปากีสถาน
ขณะที่ความตื่นตัวของภาคประชาชนยังสอดรับกับโรดแมปของภาครัฐโดย เหงียน ดึ๊ก จี รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยระบุในงานฟอรัมความน่าเชื่อถือทางดิจิทัลด้านการเงินปี 2569 ว่า เวียดนามอาจได้เห็นความเคลื่อนไหวของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่มีการกำกับดูแลเป็นครั้งแรกเร็วที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2569
อย่างไรดีสัญญาณดังกล่าวก่อตัวชัดเจนขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลได้เปิดช่องทางพิจารณาออกใบอนุญาตสำหรับแพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในประเทศ โดยมีบริษัท 5 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทในเครือของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง เทคคอมแบงก์ วีพีแบงก์ และแอลพีแบงก์ ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้นในการชิงตั๋วเพื่อเปิดให้บริการศูนย์ซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกกฎหมายแห่งแรกของประเทศ นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนต่างชาติอย่าง บิทธัมบ์ ที่เตรียมลงสนามแข่งขันขอใบอนุญาตในเวียดนามผ่านการจับมือกับ เอสเอสไอ ดิจิทัล เพื่อรุกตลาดนี้อย่างเต็มรูปแบบเช่นเดียวกัน