กบง.สั่งตรึงราคาก๊าซหุงต้มอยู่ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ต่อไปอีก 2 เดือนหลังราคาตลาดโลกพุ่ง พร้อมคงสัดส่วนดีเซลบี7 ต่ออีก3เดือนถึง 13 ก.ย.นี้ เพื่อลดภาระค่าครองชีพและช่วยลดนำเข้าน้ำมันดิบ
นายเอกนัฏพร้อมพันธุ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานประธานกบง.เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)วันนี้ (28พฤษภาคม 2569)ได้พิจารณาทบทวนการกำหนดราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)เนื่องจากมาตรการตรึงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นก๊าซ LPGที่ 20.9179บาทต่อกิโลกรัมเพื่อให้ราคาขายปลีก LPGอยู่ที่ประมาณ 423บาทต่อถัง 15กิโลกรัมกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31พฤษภาคม 2569โดยที่ประชุมได้พิจารณาปัจจัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา–อิสราเอลและอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาก๊าซ LPGตลาดโลกมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูงโดยราคาก๊าซ LPGตลาดโลก (CP)ในเดือนมีนาคม 2569ถึงเดือนพฤษภาคม 2569เพิ่มขึ้นประมาณ 232.50เหรียญสหรัฐฯต่อตันหรือคิดเป็นร้อยละ 43จาก 542.50เหรียญสหรัฐฯต่อตันในเดือนมีนาคม 2568เพิ่มขึ้นเป็น 775.00เหรียญสหรัฐฯต่อตัน
ล่าสุดราคาก๊าซ LPGนำเข้ารวมค่าใช้จ่ายในการนำเข้าณวันที่ 19พฤษภาคม 2569อยู่ที่ 918เหรียญสหรัฐฯต่อตันเทียบได้กับราคาขายปลีกก๊าซ LPGที่ประมาณ 467บาทต่อถัง 15กิโลกรัมขณะที่ราคาขายปลีกในประเทศอยู่ที่ 423บาทต่อถัง 15กิโลกรัมส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบัญชีก๊าซLPGยังคงติดลบสูงถึง 38,649ล้านบาท
อย่างไรก็ดีเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจมีความเปราะบางจากสถานการณ์พลังงานโลกที่ประชุมกบง.จึงมีมติให้คงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นก๊าซ LPGที่ 20.9179บาทต่อกิโลกรัมเพื่อให้ราคาขายปลีก LPGอยู่ที่ประมาณ 423บาทต่อถัง 15กิโลกรัมต่อไปอีก 2เดือนโดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1มิถุนายน 2569ถึงวันที่ 31กรกฎาคม 2569
“แม้ราคาก๊าซ LPGในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงและส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องรับภาระต่อเนื่องแต่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของประชาชนโดยเฉพาะภาคครัวเรือนจึงเห็นควรคงราคาขายปลีก LPGขนาดถัง 15กิโลกรัมไว้ที่ประมาณ 423บาทต่อถังออกไปอีก 2เดือนเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกยังมีความผันผวน”
นอกจากนี้ที่ประชุมฯพิจารณาการกำหนดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วโดยที่ประชุมมีมติคงสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วไว้ที่บี7 โดยให้มีผลบังคับใช้ 3เดือนตั้งแต่วันที่ 14มิถุนายน 2569ถึงวันที่ 13กันยายน 2569เป็นต้นไปเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนช่วยบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์มภายในประเทศและรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก
การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 7 จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้ราว 1.37 ล้านลิตรต่อวัน หรือประมาณ 41 ล้านลิตรต่อเดือนช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศโดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซขณะเดียวกันยังช่วยรองรับการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (CPO)ภายในประเทศในช่วงที่ผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นด้วยคาดว่าจะดูดซับผลผลิต CPOได้มากกว่ากรณีบี5ประมาณ 0.34แสนตันต่อเดือนซึ่งจะช่วยรักษาสมดุลน้ำมันปาล์มภายในประเทศและช่วยพยุงเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันให้แก่เกษตรกร