xs
xsm
sm
md
lg

“ลัคกี้” เร่งขยายพอร์ต-ตลาดตปท. ดันคานิสู่“The Surimi Seafood Leader”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บริษัท ลัคกี้ ยูเนี่ยน ฟู้ดส์ จำกัด (LUF) ผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งภายใต้แบรนด์ “Kani Family” เดินหน้ากลยุทธ์รุกตลาดเต็มรูปแบบในปี 2026 ด้วยการใช้เวที THAIFEX – Anuga Asia เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าผลักดันรายได้รวมแตะระดับ 4,000 ล้านบาท จากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป


นางสาวศิริวรรณ ทวีปเรืองอุดม ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคกี้ ยูเนี่ยน ฟู้ดส์ จำกัด (LUF) ผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งภายใต้แบรนด์ “Kani Family” เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia ในปีนี้ LUF วางบทบาทของตนเองมากกว่าการเป็นเพียงผู้แสดงสินค้า แต่ยกระดับสู่การเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเจรจาการค้า (Business Matching) เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ในภูมิภาคเอเชียและตลาดศักยภาพทั่วโลก สะท้อนทิศทางการเติบโตที่บริษัทมองไกลเกินกว่าตลาดภายในประเทศ พร้อมตั้งเป้าผลักดันรายได้รวมแตะระดับ 4,000 ล้านบาท

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการปรับตำแหน่งแบรนด์ (Repositioning) สู่การเป็น “The Surimi Seafood Leader” หรือผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปจากซูริมิ โดยสื่อสารผ่านแนวคิด “The Future Wave of Surimi Seafood” ที่ต้องการสะท้อนทั้งนวัตกรรมสินค้า คุณภาพ และการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ การขยับครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิต (Manufacturer) ไปสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ (Brand Owner) ที่มีอิทธิพลในตลาดมากขึ้น


ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิต ยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้า และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในอนาคต สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทานและอาหารพร้อมปรุงที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ในด้านผลิตภัณฑ์ LUF เดินหน้าขยายพอร์ตเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองและผู้บริโภคที่มองหาความสะดวกในการบริโภค ภายในงาน บริษัทฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายรายการ อาทิ ซาลาเปาเนื้อปลาสอดไส้ชีส ลูกชิ้นปลาสไตล์สิงคโปร์ และลูกชิ้นปลารักบี้ พร้อมต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์ปูอัด ภายใต้แบรนด์ “Kani Family” เช่น “ปูฟินน์” ปูอัดแท่งสไตล์ญี่ปุ่น ขนาดสุดคุ้ม 44 แท่งต่อแพ็ก รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาหารพร้อมปรุง (Ready-to-Cook) และอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) สะท้อนกลยุทธ์การสร้างการเติบโตควบคู่ทั้งในตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) และกลุ่มผู้ประกอบการ (B2B) อย่างครบวงจร

นางสาวศิริวรรณ กล่าวว่า จุดแข็งสำคัญที่บริษัทฯ ใช้เป็นหัวใจในการแข่งขัน คือคุณภาพของวัตถุดิบ ความสม่ำเสมอของรสชาติ และมาตรฐานการผลิตที่ LUF ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น GMP, HACCP, MSC, ISO22000, ISO45001 และ HALAL ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคในตลาดโลก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีการผลิต ระบบการจัดเก็บ และการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคในสภาพที่ดีที่สุด


นอกเหนือจากการเติบโตเชิงธุรกิจ LUF ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างยั่งยืน โดยนำแนวคิด Eco System มาใช้ในการพัฒนาองค์กร ตั้งแต่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก แนวทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์องค์กร แต่ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสากล ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางาวศิริวรรณ กล่าวว่า ในมุมมองของอุตสาหกรรม บริษัทฯ ประเมินว่าตลาดอาหารทะเลแปรรูปยังมีแนวโน้มเติบโตในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์ความสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งพัฒนาสินค้าและสร้างความแตกต่างอย่างต่อเนื่อง

การรุกตลาดผ่านเวที THAIFEX 2026 ของ Kani Family ในครั้งนี้ จึงสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของ LUF จากผู้ผลิตสู่การเป็นแบรนด์ระดับสากลอย่างเต็มตัว โดยใช้กลยุทธ์ผสานระหว่างนวัตกรรมสินค้า การขยายตลาดต่างประเทศ และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดอาหารทะเลแปรรูปบนเวทีโลกในอนาคตอันใกล้