xs
xsm
sm
md
lg

“ลีเวอร์”หวั่นต้นทุนผลิตจ่อพุ่งอีก มีแผนซัพพลายเชนรับสงครามยื้อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360 – บอสใหญ่ ยูนิลีเวอร์ ยังจับตาดูสถานการณ์ขัดแย้งตะวันออกกลาง หวั่นกระทบซัพพลายเชนทั้งระบบ ยันขณะนี้ทุกอย่างยังไปได้ตามระบบ แต่ก็มองหาแนวทางรับมือไว้แล้ว ยืนยันลงทุนไทยต่อเนื่องและมากขึ้น พร้อมมองพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้วและเร็วขึ้น ต้องปรับตัวให้ทัน เผย 3 กลยุทธ์รุกตลาด ออกปากชม “ไทยช่วยไทยพลัส”


นายอาซีม ปุริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าบริษัทฯมีแผนการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทั้งการลงทุนด้านโรงงานการผลิต ทั้งการปรับปรุงเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต ด้านเทคโนโลยี ด้านวิจัยพัฒนา ด้านการตลาด ด้านการพัฒนาคู่ค้า ซึ่งปีนี้เองก็ลงทุนมากขึ้นแต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด โดยเฉพาะจะเน้นและให้ความสำคัญกับกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต

ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงอยู่นั้น อาจจะกระทบต่อเรื่องของซัพพลายเชนในภาพใหญ่ ซึ่งลีเวอร์ก็ยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะวัตถุดิบที่มีผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความเสี่ยงต่อการขาดแคลน เช่น สารทำตความสะอาด พลาสติก บรรจุภัณฑ์ต่างๆ แต่ได้มีการประสานการทำงานกับซัพพลายเออร์ทั้งในและนอกประเทศอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการพิจารณาหาทางเลือกในการใช้วัตถุดิบใหม่ๆทดแทนเพื่อลดความเสี่ยงแต่ยังคงเน้นคุณภาพเป็นหลัก

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทฯยังบริหารจัดการได้อย่างมีระบบ ปัจจุบันบริษัทยังคงรักษาความพร้อมในการส่งมอบสินค้าได้ในระดับ 95–98% และยังไม่พบปัญหาขาดแคลนสินค้าที่มีนัยสำคัญ


บริษัทวางระบบกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกช่องทางการจำหน่ายอยู่แล้ว ตั้งแต่ร้านค้าปลีกรายย่อยหรือร้านโชห่วย ไปจนถึงรายใหญ่อย่างโมเดิร์นเทรด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้ทั่วถึงและต่อเนื่อง

บอสใหญ่ยูนิลีเวอร์ กล่าวด้วยว่า เรื่องของต้นทุนก็ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทำความสะอาดและบรรจุภัณฑ์พลาสติก แต่บริษัทยังพยายามตรึงราคาไว้ไม่ให้กระทบผู้บริโภคมากนักรวมทั้งการร่วมมือกับทางภาครัฐในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ

ล่าสุดคือการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพราะถือว่าเป็นมาตรการที่ดีมี่ส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพของผู้บริโภคได้ดีในจังหวะที่เศรษฐกิจยังมีความท้าทาย แต่ยังคงเร็วเกินไปที่จะประเมินผลว่าเป็นอย่างไรเพราะโครงการนี้นาน 4 เดือน ซึ่งการดำเนินมาตรการในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจของภาครัฐและประสิทธิผลของโครงการในทางปฏิบัติ


นายอาซีม กล่าวว่า “ความคาดหวังของผู้บริโภคในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย นวัตกรรมจึงไม่เพียงเป็นการปรับปรุงตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นการคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้า และการสร้างแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกและไว้วางใจอยู่เสมอ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของยูนิลีเวอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดเทรนด์ใหม่ ๆ ทั้งในด้านสุขภาพ ความงาม และการใช้ชีวิตประจำวัน โดยนำศักยภาพระดับโลกของยูนิลีเวอร์มาส่งมอบนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างครอบคลุม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคไทยอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับแนวทางการพัฒนานวัตกรรมของยูนิลีเวอร์ ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลักคือ

1. เข้าใจผู้บริโภคด้วย Data, AI และ Insight ยูนิลีเวอร์นำ AI ขั้นสูงและการวิเคราะห์ข้อมูล มาใช้ทำความเข้าใจความต้องการ พฤติกรรม และเทรนด์ทางวัฒนธรรมใหม่ ๆ ของผู้บริโภคแบบเรียลไทม์ การผสานข้อมูลธุรกิจ การค้นหา (Search) พฤติกรรมบนโซเชียลมีเดีย และเทรนด์ไลฟ์สไตล์ ทำให้บริษัทพบข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริงอย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น และช่วยให้ยูนิลีเวอร์เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง คาดการณ์ความคาดหวังที่กำลังเปลี่ยนแปลง และออกแบบนวัตกรรมที่สอดรับกับวิถีชีวิตจริงของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

2. เปลี่ยนวิทยาศาสตร์เป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่า (Meaningful Innovation) ยูนิลีเวอร์มีเครือข่ายการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรม FMCG ประกอบไปด้วยนักวิทยาศาสตร์กว่า 4,500 คน ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD) กว่า 500 คน และสิทธิบัตรมากกว่า 16,500 ฉบับทั่วโลก ยูนิลีเวอร์ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านการจำลองแบบขั้นสูง (Advanced Modeling) ระบบหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และการวิจัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาของยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยมีนักวิทยาศาสตร์ 98 คนที่ร่วมกันคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการและเทรนด์ของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมส่งออกไปยังตลาดโลก


3. พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยแนวคิด “SASSY” สร้างความต้องการในวงกว้าง (Desire at Scale) ยูนิลีเวอร์มีหลักการสร้างสรรค์นวัตกรรมภายใต้กรอบแนวคิด SASSY ซึ่งประกอบไปด้วย Science (วิทยาศาสตร์), Aesthetics (สุนทรียศาสตร์), Sensorials (ประสาทสัมผัส), Shared by Others (การแบ่งปัน/บอกต่อ) และ Young Spirited (มีจิตวิญญาณของคนรุ่นใหม่) ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มอบประสบการณ์ และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค

“ในอนาคตยูนิลีเวอร์จะเดินหน้าขับเคลื่อนความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ และความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง เราเชื่อว่าการผสานพลังระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของนวัตกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในอนาคต โดยเรายังคงเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นในการเติบโตเคียงข้างประเทศไทย และคนไทยทุกคน” นายอาซีม ปุริ กล่าว